Yoast SEO มีประโยชน์อย่างไรต่อเว็บไซต์ของคุณ

Jimbe Allen
22/03/2020
Yoast SEO จะแนะนำให้ผู้ทำเว็บไซต์มีการแก้ไข

Yoast SEO เป็น plugin ที่คนทั่วโลกนิยมใช้ในการทำงานคู่กับ WordPress ในการผลิตบทความ SEO ให้แก่เว็บไซต์ต่าง ๆ เพราะสามารถช่วยวิเคราะห์จุดบกพร่องก่อนนำเสนอสู่ระบบ Google ทำให้อันดับ SEO ดีขึ้น เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและจำนวนลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ให้กับเว็บไซต์ได้มากกว่าเดิม

ทุกธุรกิจที่ทำเว็บไซต์ SEO ต่างก็ต้องการให้ชื่อข้อมูลของเว็บไซต์ตัวเองปรากฏในหน้าแรก อันดับต้น ๆ ใน Google เมื่อมีการหาด้วย keyword หนึ่ง ๆ หรือที่เรียกว่า หน้า SERPs ซึ่งย่อมาจากคำว่า Search engine result pages ดังนั้น หากคุณไม่รู้วิธีการใช้ Yoast SEO ก็เท่ากับพลาดโอกาสในการแข่งขันกับเว็บไซต์อื่นไปอย่างมาก

การใช้งาน Yoast SEO ถือว่าใช้เวลาในการเรียนรู้น้อย เพราะระบบทำให้เข้าใจได้ง่าย เจ้าของกิจการเว็บไซต์ SEO สามารถดาวน์โหลดโปรแกรม Yoast SEO ได้ฟรี เพื่อหัดใช้งานไปพร้อม ๆ กับการใช้ WordPress

Yoast SEO ถือได้ว่าเป็น plugin แรก ๆ ที่คนที่ใช้งานโปรแกรม WordPress ซึ่งต้องใช้สำหรับทำบทความ SEO คุณภาพสูง ต้องเรียนรู้ให้เป็นตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การตั้งชื่อเรื่อง (title) การคิดเนื้อหาที่ต้องใส่ keyword SEO ที่เหมาะสม การเขียนบทคัดย่อ (meta-description) การใส่คำสำคัญประจำรูปภาพ ฯลฯ ให้มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

สิ่งที่โดดเด่นใน Yoast SEO คือ ระบบไฟแสดงสีสามแบบ คือ แดง ส้ม เขียว ที่หมายถึง ผ่านแล้ว ทำได้ดีมาก หรือต้องปรับปรุง ซึ่งจะมีคำภาษาอังกฤษเป็นบทวิเคราะห์ให้ผู้ใช้งานเข้าใจได้ง่าย ๆ ว่าต้องแก้ไขอะไรบ้าง และเมื่อแก้ไปเรื่อย ๆ ระบบก็จะประมวลผลใหม่ตลอดเวลา จึงสะดวกอย่างมากในการตั้งค่าเพื่อ SEO

สิ่งที่ Yoast SEO จะแนะนำให้ผู้ทำเว็บไซต์มีการแก้ไข ตัวอย่างเช่น

ความยาวของหัวเรื่องที่ต้องไม่สั้นหรือยาวเกินไปและใส่ keyword หลักให้ครบถ้วน

การใส่ keyword ลงในส่วน meta-description เพื่อเกริ่นนำเนื้อหาสำหรับให้ผู้อ่านตัดสินใจที่จะคลิกเข้ามาในเว็บไซต์

การกระจายตำแหน่งและความซ้ำของคำสำคัญในเนื้อหา

การทำลิงก์แทรกในบทความ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน

การใส่รายละเอียดของรูปภาพ ในช่อง alt text เพื่อเพิ่มโอกาสหารูปได้ง่ายจาก image search ของ Google
การตั้งชื่อหัวข้อย่อย เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจของผู้อ่าน

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว Yoast SEO ยังเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ทำเว็บไซต์ SEO ในการมีปุ่มแชร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลหลังจากการตรวจแก้ไขเรียบร้อย ไปยัง platform ต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และลดโอกาสที่ลิงก์จะผิดพลาดได้ด้วย

จะเห็นได้ว่า Yoast SEO มีประโยชน์ต่อการทำเว็บไซต์ของคุณให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ Google อย่างมาก หากศึกษาการใช้งานได้อย่างชำนาญ ก็จะทำให้ผลลัพธ์การทำ SEO ดีขึ้น จนมียอดขายและลูกค้ามากขึ้นอย่างแน่นอน

Yoast SEO มีประโยชน์อย่างไรต่อเว็บไซต์ของคุณ

เรื่องดี ๆ ของ Ubersuggest ที่คนทำ SEO ต้องสนใจ

Jimbe Allen
19/02/2020

การทำ SEO หรือ search engine optimization จำเป็นในการทำให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ซึ่งโปรแกรมหนึ่งที่นักการตลาดออนไลน์แนะนำให้คนทำเว็บไซต์ SEO เรียนรู้ คือ Ubersuggest ที่คิดโดย Neil Patel จะช่วยให้ทำ SEO อย่างมีผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

โปรแกรม Ubersuggest สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรี และมีจุดเด่นที่สามารถค้นหา keyword ได้ทั้งแบบภาษาไทยและอังกฤษ ในทุกวงการธุรกิจอย่างไม่มีข้อจำกัด ไม่ว่า คุณจะขายสินค้าจำพวกแม่และเด็ก ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เครื่องสำอาง ของใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไอที รถยนต์ ประกันภัย โรงแรมที่พัก รีสอร์ท และอื่น ๆ ก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ได้

อย่างไรก็ตาม Ubersuggest มีข้อเสีย ที่ไม่สามารถย้อนดูประวัติการหา keyword เก่า ๆ ที่เคยทำเอาไว้ได้ และไม่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการวางแผนงาน SEO อย่างซับซ้อน เพราะเน้นการใช้งานในวงกว้างมากกว่า

ตัวอย่างประโยชน์จากการใช้งาน Ubersuggest ได้แก่

ช่วยในการเลือก keyword ที่เหมาะสมในการเขียนบทความได้

การหา keyword ที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูง เป็นสิ่งสำคัญเพราะจะทำให้โอกาสในการถูกสืบค้นมีมากยิ่งขึ้นหลายเท่า ซึ่งผู้ใช้งานที่ดาวน์โหลดโปรแกรมนี้แล้ว ได้เลือกภูมิภาคของลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการให้รู้จักเว็บไซต์ เช่น เลือกประเทศไทย โปรแกรม Ubersuggest ก็จะแสดงค่าสถิติการใช้งาน keyword แต่ละคำในสายธุรกิจของคุณออกมา ซึ่งจะแสดงทั้งส่วนของภาพรวมการค้นหาหรือ search volume ศักยภาพในการแข่งขันเมื่อเทียบกับคำสำคัญอื่น ๆ หรือ ค่า search difficulty และประสิทธิภาพในการสื่อสารกระตุ้นให้คลิกเข้ามาชมในเว็บไซต์ หากใช้ในการทำโฆษณา ที่เรียกว่า ค่า page difficulty เป็นต้น

การดูสถิติค่า Traffic การเข้าชมของเว็บไซต์

หลังจากทำ SEO จำเป็นที่ต้องรู้ว่ามีประสิทธิภาพคุ้มค่าเพียงใด นั่นคือการดูที่สถิติ traffic ที่ Ubersuggest จะแสดงเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่บ่งบอกให้รู้ว่า domain เว็บไซต์ของคุณสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ โดยโปรแกรมจะจำแนกเป็น organic keyword คือ จำนวน keyword ที่ติดหน้าสืบค้นของ Google อันดับต้น ๆ โดยมาจากการทำ SEO โดยตรง ไม่อาศัยการโฆษณา และยังมีการคำนวณ organic monthly traffic หรือจำนวนคนที่เข้ามาคลิกเข้ามาชมในเว็บไซต์ต่อเดือนเป็นแบบภาพรวมด้วย ที่มาจากการเห็นชื่อบทความและบทย่อที่ดึงดูดใจ เป็นต้น

โปรแกรม Ubersuggest นับว่าเป็นตัวช่วยด้าน SEO ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นจากคนรุ่นใหม่ เพราะสามารถที่จะเรียนรู้การใช้งานได้ง่าย คนทำเว็บไซต์ออนไลน์มือใหม่ จึงไม่ต้องเสียโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ เราหวังว่าบทความนี้จะให้ข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ให้แก่คนที่สนใจทำเว็บไซต์ SEO เพื่อนำไปปรับใช้ให้ธุรกิจเติบโตมากยิ่งขึ้น

เรื่องดี ๆ ของ Ubersuggest ที่คนทำ SEO ต้องสนใจ

เทคนิคการทำ SEO ใน wordpress

Jimbe Allen
19/11/2019
การทำ SEO ผ่าน wordpress

SEO หรือ search engine optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่ทำให้เว็บไซต์ทางธุรกิจถูกสืบค้นได้ง่ายยิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการตามมาได้ โปรแกรม wordpress เป็นหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้การทำ SEO ง่ายยิ่งขึ้น ถูกออกแบบมารองรับการพัฒนาเว็บไซต์ออนไลน์ได้ง่ายแม้จะเป็นมือใหม่ทำเว็บไซต์

การทำ SEO ผ่าน wordpress มีองค์ประกอบสำคัญอะไรบ้าง

1. ส่วนหัวเรื่อง หรือ Title

การสร้างหัวข้อที่ดึงดูดใจจะต้องมีการใส่ keyword ที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ขณะเดียวกัน ต้องสอดคล้องกับเนื้อหาในบทความ โปรแกรม wordpress สามารถเปลี่ยนหัวข้อให้เป็นลิงก์ URL เพื่อความสะดวกในการค้นหาได้มากยิ่งขึ้น

2. ส่วนหัวเรื่องย่อย หรือ Heading

ส่วนนี้มีประโยชน์มาก เพื่อสร้างความเข้าใจเนื้อหาของผู้อ่าน ให้จับประเด็นให้ได้ง่ายยิ่งขึ้น และควรใส่คีย์เวิร์ดและตั้งให้สอดคล้องกับ title เพื่อให้ผลวิเคราะห์ SEO ดีขึ้นด้วย ในเรื่องที่มีความยาวบทความมาก 1000 คำขึ้นไป อาจมี heading 3-4 หัวข้อตามประเด็นในการนำเสนอได้ ซึ่งโปรแกรม wordpress มีช่องให้คลิกสร้างเป็น H1 H2 เพื่อความรวดเร็ว

3. รูปแบบของ keyword

โปรแกรม wordpress มีฟังก์ชั่นให้ทำรูปแบบหลากหลาย เช่น ตัวหนา ตัวเอียง ขีดเส้นใต้ ใส่สีไฮไลท์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นเทคนิคที่จะทำให้ระบบอัลกอริทึมของ Google วิเคราะห์ได้ว่า เป็นคำสำคัญที่ตรงกับการค้นหาใน Google search นำไปสู่อันดับ SEO ที่ดียิ่งขึ้นได้ อย่างไรก็ตามไม่ควรจะมีคำซ้ำเกิน 2-3 ครั้ง เพราะอาจจะทำให้วิเคราะห์ว่าเป็นสแปมได้

4. ใส่รูปภาพแบบเพิ่มอันดับ SEO

เมื่อได้รูปภาพที่เหมาะสมกับบทความแล้ว ต้องนำมาทำ SEO ด้วยการกำหนดแท็กที่เรียกว่า alt หรือ Alternative ประกอบ โดย wordpress มีช่องให้คลิกสร้างได้ง่าย ๆ เราขอแนะนำว่าควรใช้ชื่อภาษาอังกฤษ เพื่อไม่ให้มีปัญหาตัวสะกด วรรณยุกต์ที่ผิดพลาด หลายคนอาจไม่รู้ว่าการทำส่วนนี้จะทำให้อันดับ SEO สูงขึ้นได้ รู้อย่างนี้แล้วต้องกรอกข้อมูลเสมอ

5. การทำ Link บทความแบบลัดสั้น

เพียงเตรียมบทความให้พร้อม สำหรับการสร้างลิงค์ ใน wordpress มีปุ่มให้กด insert Link เมื่อผู้อ่านเอาลูกศรไปคลิกที่ช่วงหนึ่งของบทความแค่ประโยคสั้น ๆ ก็จะทำให้เชื่อมโยงไปยังลิงก์ที่มีส่วนขยายความของประโยคนั้น ๆ ได้ทันที

6. การแชร์ไป platform อื่น ๆ

การแชร์บทความเดียวกันไปหลาย platform พร้อมกันจะช่วยประหยัดเวลา ซึ่ง wordpress มีปุ่มให้คลิกได้ว่าจะเชื่อมโยงไปสู่แพลตฟอร์มใดบ้าง เช่น Facebook twitter ฯลฯ เมื่อเลือกแล้ว เพียงกดเผยแพร่บทความครั้งเดียว ก็จะไปปรากฏได้หลายแห่งพร้อมกัน ช่วยประหยัดเวลาและทำให้ลดความผิดพลาดในการทำ Link ใหม่ได้มาก

จะเห็นได้ว่า เทคนิคการใช้โปรแกรม wordpress เพื่อการทำ SEO เป็นสิ่งให้ประโยชน์กับการทำธุรกิจออนไลน์ ช่วยประหยัดเวลาและยังเสริมอันดับการสืบค้นเพิ่มยอดขายได้อย่างชัดเจน เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านสนใจการเรียนรู้ wordpress เพื่อส่งเสริมธุรกิจให้เติบโตได้มากยิ่งขึ้น

เทคนิคการทำ SEO ใน wordpress

SEO คืออะไร ทำไมจึงควรทำตั้งแต่เริ่มเปิดเว็บไซต์

Jimbe Allen
15/10/2019
On-Page SEO และ Off-Page SEO ซึ่งมีหลักการที่สำคัญ

การซื้อขายสินค้าออนไลน์เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากผู้ซื้อและผู้ขายเชื่อมโยงกันได้ด้วยโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่มีความไวสูง แบบ 5G ทำให้ไม่มีข้อจำกัดในการซื้อขาย และทำให้ลดข้อจำกัดในการต้องเสียค่าเช่าพื้นที่หน้าร้านแบบ Offline อย่างในอดีตอีกด้วย

การทำ SEO เป็นเทคนิคการตลาด ที่ไม่ต้องเสียค่าประชาสัมพันธ์ให้กับบริษัทหรือ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google ในการที่จะให้เว็บไซต์ถูกปรากฏต่อสายตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในอันดับต้น ๆ เพียงแค่ทำตามหลักเกณฑ์ที่ Search Engine กำหนด เว็บไซต์ที่เปิดใหม่ก็สามารถติดอันดับต้นในการสืบค้น สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์และทำให้มีลูกค้าประจำได้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ขอเพียงศึกษาการทำ SEO อย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าและบริการ ก็จะประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ได้อย่างแน่นอน

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ On-Page SEO และ Off-Page SEO ซึ่งมีหลักการที่สำคัญ ดังนี้

1. On-Page SEO คือ การออกแบบโครงสร้างของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับความต้องการหรือการใช้งานจริงของกลุ่มผู้บริโภค

ตัวอย่างเช่น ต้องสามารถใช้งานได้ง่ายทั้งในระบบโทรศัพท์มือถือ และหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือที่เรียกว่า Mobile Friendly ทั้งต้องออกแบบให้เว็บไซต์ถูกจดจำได้ง่าย ด้วยตัวรูปแบบตัวอักษรและโลโก้ที่ไม่เหมือนใคร ธีมสีที่ใช้ก็ต้องสบายตาและสื่อถึงแบรนด์สินค้าได้มากที่สุด

นอกจากนี้ คุณภาพของบทความก็สำคัญ ควรใช้ Keyword SEO ที่ผ่านการวิจัยแล้วว่า ตรงกับการสืบค้นของสินค้าและบริการนั้น ๆ ในการผลิตบทความที่ดี โดยใส่รายละเอียดในเนื้อหาที่มีความทันสมัยและไม่ใส่ Keyword ซ้ำมากเกินไป จนทำให้บทความไม่เป็นธรรมชาติ หรือที่เรียกว่าบทความสแปม (Spam)

SEO คืออะไร ทำไมจึงควรทำตั้งแต่เริ่มเปิดเว็บไซต์

2. Off-Page SEO หมายถึง การทำลิงก์เชื่อมโยงเว็บไซต์ทำธุรกิจกับเว็บไซต์ภายนอก เป็นเทคนิคในการสร้างความรู้จักคุ้นเคยระหว่างแบรนด์กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น เพียงไปให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับวงการของสินค้าและบริการที่เว็บไซต์คุณทำอยู่

ตัวอย่างเช่น คุณทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารสุนัข ก็สามารถไปให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุนัขและการเลือกอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัยได้ เมื่อมีผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง คุณก็สามารถให้ URL Address เว็บไซต์ไว้ เพื่อให้กลุ่มคนเป้าหมายคลิกเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งจะนำไปสู่การขายสินค้าในอนาคตได้

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ตั้งแต่เริ่มต้นของการทำธุรกิจ เป็นโอกาสในการทำให้แบรนด์ติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว และทำให้อันดับในการสืบค้นผ่าน Search Engine ดียิ่งขึ้นด้วย ผู้ที่ทำเว็บไซต์รุ่นใหม่ ๆ จึงควรศึกษาการทำ SEO ไปพร้อมกันกับการพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ประสบความสำเร็จธุรกิจออนไลน์อย่างแน่นอน

Keyword SEO สำคัญมากแค่ไหนสำหรับการขายออนไลน์

Jimbe Allen
23/08/2019
Keyword SEO สำคัญมากแค่ไหนสำหรับการขายออนไลน์

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ด้วยการพัฒนาคุณภาพของเนื้อหา การปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทั้งบนจอมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ รวมถึงการแนะนำลิงก์เว็บไซต์ผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ เช่น ห้องสนทนาใน Pantip และ Facebook เป็นต้น

การเลือก Keyword SEO ที่เหมาะสมมีอิทธิพลอย่างมากต่อการจัดอันดับ SEO ให้แก่เว็บไซต์ทางธุรกิจ ทำให้การค้นหาใน Bing, Yahoo และ Google มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายและมีเปอร์เซ็นต์การขายได้มากขึ้น

โดยควรพิจารณา Keyword SEO จากหลักเกณฑ์ต่อไปนี้

1. ดูสถิติใน Google ว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจจำหน่ายสินค้าประเภทเดียวกันกับคุณ ใช้ Keyword อะไรบ้าง เพื่อนำคำเหล่านั้นมาเป็นองค์ประกอบในทุกบทความ

2. ควรเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่เป็นวลียาวแทนคำสั้น ๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้จำเพาะเจาะจงยิ่งขึ้น ทำให้โอกาสในการขายมากขึ้นตามไปด้วย เช่น คุณเปิดร้านขายรองเท้ากีฬา ก็ควรใช้คีย์เวิร์ดยาว ๆ ว่า รองเท้ากีฬา ออนไลน์ ของแท้ ราคาถูก เชียงใหม่ แทนการใช้คำว่า รองเท้ากีฬา เป็นต้น

3. Keyword ในแต่ละบทความ ควรจะมีไม่เกิน 2-3 คำ โดยมีการใช้ซ้ำไม่เกิน 2 หรือ 3 ตำแหน่ง โดยกระจายทั่วไปในบทความ เพื่อให้ผู้อ่านรู้สึกว่าได้อรรถรสในการสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติ และป้องกันไม่ให้ระบบ Algorithm วิเคราะห์ว่าเป็นบทความขยะหรือสแปม จนทำให้อันดับ SEO ในการสืบค้นตกลงไปด้านล่าง

4. ควรใส่ Keyword SEO ในการตั้งชื่อของรูปภาพและคลิปวีดีโอด้วย รวมถึง หากมีหัวข้อใหญ่และหัวข้อย่อย ก็ควรใส่ Keyword ลงไปด้วยเช่นกัน จะเป็นผลดีต่ออันดับ SEO ในระยะยาว

5. ควร ใส่ Keyword ในส่วน Meta Description ซึ่งเป็นการสรุปความของเนื้อหาเพจสั้น ๆ ที่จะปรากฏอยู่ในหน้าจอการสืบค้นด้วย เพราะเมื่อผู้อ่านเห็น Keyword อยู่ในส่วน Meta Description จะมั่นใจและช่วยทำให้ทราบได้ว่าหากคลิกเข้ามาในเพจจะได้พบกับเนื้อหาอะไรบ้าง

6. การมี Keyword ที่เหมาะสมในหัวข้อบทความที่ดึงดูดใจ จะเพิ่มค่า CTR หรือ Click Through Rate ได้ ซึ่ง หมายถึงสัดส่วนการคลิกเข้ามาชมของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เมื่อเห็นว่าเป็นหัวข้อที่น่าสนใจตรงกับสิ่งที่กำลังต้องการทราบ

7. การใช้ Keyword อาจทำเป็นตัวหนาหรือตัวเอียง ทำให้บทความดูมีสีสัน สร้างความน่าอ่านเพิ่มระยะเวลาในการอยู่หน้าจอของกลุ่มเป้าหมายได้ยาวนานขึ้น หรือเพิ่มค่า Time On Site ซึ่งส่งผลดีต่อการจัดอันดับ SEO อีกเช่นกัน

จะเห็นได้ว่า การเลือก Keyword SEO มีบทบาทอย่างมาก ต่อการทำให้เว็บไซต์ได้รับความนิยม หากต้องการให้เว็บไซต์ทางธุรกิจประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขายเพิ่มขึ้นและสามารถขยายฐานลูกค้าให้เป็นวงกว้างขึ้นในระยะยาว ต้องใส่ใจการใช้ Keyword SEO ในทุกข้อที่กล่าวมา

ควรพิจารณา Keyword SEO จากหลักเกณฑ์ต่อไปนี้