Google algorithm สำหรับเว็บไซต์ SEO ที่คุณควรรู้จัก

Jimbe Allen
10/01/2020
Google algorithm สำหรับเว็บไซต์ SEO ที่คุณควรรู้จัก

การทำ SEO หรือ search engine optimization เป็นสิ่งที่ช่วยในการประเมินคุณภาพของแต่ละเว็บไซต์ เพื่อจัดอันดับให้เว็บไซต์ที่มีคุณภาพสูงอยู่ในอันดับต้นของหน้าต่างการสืบค้นทางช่อง Search Google เสมอ ซึ่ง algorithm ที่ Google ออกแบบเพื่อการวิเคราะห์ในแต่ละส่วนของเว็บไซต์มีอยู่หลายชนิดและมีการพัฒนามาตามลำดับ โดยมีข้อมูลของแต่ละ algorithm ที่ผู้ดูแลเว็บไซต์และเจ้าของกิจการออนไลน์ควรทำความรู้จัก ดังนี้

ผู้ดูแลเว็บไซต์ ควรรู้สิ่งเหล่านี้

1. แพนด้า

เป็นระบบการตรวจจับการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น การใช้บทความที่เนื้อหาคัดลอกจากเว็บไซต์อื่นโดยตรง รวมถึงการใช้ภาพที่ละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย ซึ่ง ปัจจุบันผู้ที่ผลิต บทความ SEO จะต้องตรวจสอบคำซ้ำ หรือ ทำ plagiarism check เพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่มีปัญหาการคัดลอกลิขสิทธิ์ในเบื้องต้น จึงจะสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหากับ AI ระบบนี้

2. เพนกวิน

เพนกวินเป็นการตรวจสอบลิงก์ที่เชื่อมโยงกับเพจหรือเว็บไซต์ที่ต้องทำตามกฎของ Google คือ ไม่ใช่การซื้อลิงก์หรือการเชื่อมโยงเพจที่คุณภาพต่ำ ทำ spam เพื่อเน้นการปั่นให้ keyword ถูกสืบค้นง่าย ซึ่งหากระบบเพนกวินพบว่ามีการทำเป็นสแปม จะทำให้ถูกแบนหรือลดอันดับความน่าเชื่อถือได้

3. pirate

เป็นตัวช่วยในการหาเว็บไซต์ที่โจรกรรมข้อมูล เช่นการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ เพลง ซีรีส์ ฯลฯ หากคุณนำภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการขอใช้เป็นกิจจะลักษณะ มีหลักฐาน หรือละเมิดสิทธิ์ใด ๆ มาใช้ ก็จะถูกตรวจจับจาก AI ตัวนี้อย่างแน่นอน

4. ฮัมมิ่งเบิร์ด

เป็นตัวช่วยให้ผู้ใช้งาน Google ได้อ่านงานเขียนที่มีคุณภาพสูง จากเว็บไซต์อันดับต้น มีภาษาที่เป็นธรรมชาติ ไม่มีการใส่ คีย์เวิร์ด มากเกินไปจนรบกวนสายตา คุณอาจจะเคยเห็นงานแปลที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือ Robot แปล ซึ่งจะมีความผิดพลาดทั้งในเนื้อหาและมีความแข็งทื่อของสำนวนภาษา ซึ่งระบบอัลกอริทึมนี้ของ Google จะตรวจสอบได้ว่าเป็นงานเขียนคุณภาพต่ำ และจะจัดให้เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาแบบนั้นมีอันดับอยู่ล่าง ๆ

5. พอสซั่ม

เป็นระบบวิเคราะห์ว่าธุรกิจใดที่ระบุตำแหน่งที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับที่ผู้ใช้งาน Google กำลังสืบค้น ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์ควรระบุให้ละเอียดที่สุดเพื่อประโยชน์ในการแข่งขันทางธุรกิจและความเชื่อมั่นของลูกค้า ตัวอย่างเช่น ลูกค้ากำลังมองหาร้านขายคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย หรือหารีสอร์ทติดทะเลในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระบบจะนำเสนอเว็บไซต์ที่มีคุณภาพสูงที่สุด และมีที่ตั้งอยู่ใกล้สัมพันธ์กับตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของตัวผู้สืบค้นข้อมูลก่อน

จะเห็นได้ว่าระบบ algorithm ของ Google เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการแข่งขันคุณภาพในระบบ SEO ซึ่งสามารถคัดกรองคุณภาพของเว็บไซต์และช่วยสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ใช้งาน Google ซึ่งเป็น search engine อันดับต้น ๆ ของโลกมากยิ่งขึ้น เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านได้เข้าใจระบบ algorithm ของ AI และปฏิบัติตามระเบียบที่ Google แนะนำ เพื่อทำให้การทำ SEO ประสบผลสำเร็จยิ่งขึ้น

ผู้ดูแลเว็บไซต์และเจ้าของกิจการออนไลน์

แบบไหนถึงควรจ้างทำ SEO และเลือกอย่างไรดี

Jimbe Allen
20/12/2019
เมื่อไหร่ที่คุณควรจ้างบริษัททำ SEO

การทำ SEO หรือ search engine optimization ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็ว สร้างแบรนด์ให้รู้จักในวงกว้าง ทั้งยังช่วยขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้น จึงทำให้ยอดขายตามมาได้ แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า เมื่อไหร่ควรที่จะจ้างทำ SEO และควรมองหาบริษัทที่ไหนดี เรามีคำตอบให้ในบทความนี้

เมื่อไหร่ที่คุณควรจ้างบริษัททำ SEO

หากคุณประสบปัญหาว่า เว็บไซต์ที่เปิดมาได้สักพัก ไม่มีจำนวนผู้เข้าชม หรือแม้มีผู้เข้าชมก็แทบไม่มีการสั่งออเดอร์สินค้าใด ๆ รวมถึงแม้จะมีการแชร์ไปทางแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น facebook หรือ Instagram แล้ว ก็ยังไม่มีคนสนใจ แสดงว่าคุณต้องมีการปรับปรุงทั้งส่วน on-Page และ off-Page SEO ซึ่งบริษัทรับทำ SEO สามารถที่จะช่วยตรงนี้ได้

การหาบริษัทรับทำ SEO

คุณควรที่จะสอบถามจากเพื่อนหรือคนรู้จักที่มีการจ้างบริษัททำ SEO มาก่อน ให้เขาช่วยแนะนำ จะลดความเสี่ยงในการหาบริษัทที่ไม่มีที่มาที่ไปได้ ทั้งทำให้คุณรู้ฝีมือคร่าว ๆ ได้ว่าสร้างผลลัพธ์ให้ยอดขายหรือลูกค้าเพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใดจากประสบการณ์คนใกล้ตัว

แต่หากคุณไม่มีคนรู้จัก แนะนำให้เลือกจากรายชื่อบริษัทที่โฆษณาผ่าน Google ที่เห็นอยู่ในด้านบนของหน้าต่างสืบค้น ของGoogle search บริษัทเหล่านี้มักมีความเป็นมืออาชีพ มีหลักฐานที่ยืนยันตัวตนได้อย่างชัดเจน ลดโอกาสถูกหลอกลวงได้

หลังจากที่คุณประเมินตัวเองแล้วว่า เว็บไซต์ของคุณยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จำเป็นต้องจ้างบริษัททำ SEO และได้รายชื่อบริษัทที่น่าสนใจแล้ว ขั้นต่อไป ควรสอบถามข้อมูลพื้นฐานกับทางบริษัทเสียก่อน ว่าการทำ SEO ที่บริษัทเล็งเห็นว่าเว็บไซต์ของคุณควรต้องทำเป็นอันดับต้น ๆ มีอย่างไรบ้าง แล้วจะรับประกันผลได้อย่างไร ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอันดับการสืบค้นที่ดีขึ้น หากคำตอบที่ได้สอดคล้องกับหลักการทำ SEO อย่างถูกต้อง ก็มีความน่าสนใจที่คุณจะจ้างงาน ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นเบื้องต้นได้จากเว็บไซต์ให้ข้อมูล SEO ทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบทะเบียนการค้าของบริษัทเพื่อให้มีการติดตามผู้รับผิดชอบได้ เนื่องจากสัญญาการทำ SEO จะเป็นระยะ 6 เดือน หรือ 1 ปี ขึ้นไป ตามหลักการ SEO ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมข้อมูลให้ระบบ algorithm ประมวลผล จึงควรเลือกบริษัทที่มั่นใจในความสามารถและมีความรับผิดชอบสูง

เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้นักธุรกิจออนไลน์ที่ไม่แน่ใจในคุณภาพเว็บไซต์ตัวเอง หรือกำลังมองหาบริษัททำ SEO ให้อันดับสืบค้นดีขึ้น ได้เห็นแนวทางในการพิจารณาและปรับใช้กับการเลือกบริษัทที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงในการถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงด้วย

แบบไหนถึงควรจ้างทำ SEO และเลือกอย่างไรดี

รอบรู้ เรื่องคีย์เวิร์ดการทำ SEO

Jimbe Allen
09/08/2019

การทำ SEO สิ่งสำคัญที่เป็นปัจจัยหลักที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการกำหนดคีย์เวิร์ด (Keyword) ในการเขียนคอนเทนต์ที่จะเป็นตัวกำหนดหัวข้อในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องรู้ว่าสิ่งที่ต้องการสื่อสารนั้นต้องการสื่อสารกับใคร ต้องการข้อมูลประเภทไหน ขอบเขตคืออะไร จากนั้นกำหนดคีย์เวิร์ดเพื่อเป็นการย้ำเตือนในสิ่งสำคัญที่ต้องการจะสื่อสารออกไป เพื่อให้เนื้อหาตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

คีย์เวิร์ด (Keyword) คือ คำหรือวลีที่ทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกของ Google จากการกำหนดคำให้ตรงตามกับความต้องการ และปัญหาของผู้คนอย่างชัดเจนจากการค้นหาผ่าน Search Engine ซึ่งคำหรือวลีนั้นจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือ บริการที่เราทำอยู่ สิ่งที่เว็บเพจต้องการคือทำให้เว็บนั้นติด 1 ใน 3 บนหน้าผลการค้นหาของ Google เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการให้มากที่สุด โดยมีสิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมดังนี้

การกำหนดคีย์เวิร์ดสำคัญต่อการทำการตลาด

การที่เราสร้างข้อมูลขึ้นมาก็เพื่อสื่อสารให้กับกลุ่มลุกค้าได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อนำไปใช้งาน การกำหนดคีย์เวิร์ดที่ดีจะเป็นการสื่อสารกับลูกค้าที่ต้องการสื่อสารโดยตรง จากนั้นจะมีกลุ่มลุกค้าที่ให้ความสนใจจริงและสนใจที่จะใช้บริการหรือซื้อสินค้าจากเราในที่สุด

การกำหนดคีย์เวิร์ดเพื่อให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก

การทำ SEO ก็เพื่อให้ข้อมูลของเว็บไซต์นั้นติดหน้าแรกของ Google จะต้องคำนึงถึงผู้คนที่ต้องการจะสื่อสาร โดยมีหัวเรื่องที่ชัดเจน มีคีย์เวิร์ดอยู่ในนั้นด้วย จากนั้นจะต้องมีการอธิบายขยายความหัวข้อนั้นให้เพื่อให้ระบบทำดัชนีของกูเกิลรับรู้และทำการเชื่อมโยงในผลการค้นหา

การกำหนดคีย์เวิร์ดเพื่อสร้างข้อมูลที่เป็นประโยชน์

การกำหนดคีย์เวิร์ดขึ้นมาเพื่อขยายความในคอนเทนต์นั้นให้ชัดเจน ในคีย์เวิร์ดที่กำหนดขึ้นมาว่าสิ่งนั้นสำคัญอย่างไรและต้องการที่จะสื่อสารอะไรออกไปจากคีย์เวิร์ดนั้น เนื่องจากในท้องตลาดมีการทำคอนเทนต์ขึ้นมามากมายจำเป็นที่จะต้องกำหนดคีย์เวิร์ดและมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องตรงประเด็นควบคู่ไปด้วย

Niche คีย์เวิร์ด

การเขียนคอนเทนต์คำนั้นจะต้องเป็นคำที่มีความหมาย ทำให้มองเห็นภาพรวมของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ โดยการกำหนดคีย์เวิร์ดขึ้นมาเพื่อขยายความได้หลากหลายคำ โดยแตกออกจากคีย์เวิร์ดหลักเพียงคำเดียว ซึ่งจะต้องคิดและกำหนดให้ดีและให้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้คนสนใจค้นหาจริง ๆ มากที่สุด

คีย์เวิร์ดจะต้องเกี่ยวข้องกับผู้คน

คำที่ใช้ในการสื่อสารที่เป็นคีย์เวิร์ดจะต้องมีความหมาย มีนัยยะที่ใช้สื่อสารกับผู้คนให้เข้ามายังเว็บไซต์และใช้บริการจากการกำหนดคำแทนความหมาย ลักษณะ นิสัย ความต้องการ อุปสรรคปัญหาโดยใช้คำที่แทนความหมายได้เป็นอย่างดี หากเป็นสินค้าก็คือ ยี่ห้อ รุ่น ชื่อของสินค้านั้นแทนด้วยคีย์เวิร์ด เช่น ซ่อม โน้ตบุ๊ก ยี่ห้อ รุ่น ZZZ หรือ เสื้อผ้า มือสอง ต่างประเทศ เป็นต้น

การใช้คีย์เวิร์ดในการทำ SEO จำเป็นอย่างมากในการสื่อสาร ซึ่งจะต้องมีความรอบรู้โดยเฉพาะอุปสรรคปัญหาความต้องการของกลุ่มลูกค้าว่าลูกค้ามักใช้คำว่าอะไรในการค้นหาข้อมูล เพื่อดึงกลุ่มคนให้เข้ามาสู่เว็บไซต์ ด้วยการกำหนดคีย์เวิร์ดเฉพาะเจาะจงและให้ครอบคลุมที่สุด

การกำหนดคีย์เวิร์ดสำคัญต่อการทำการตลาด

เคล็ดลับการทำ SEO ให้ใช้งานคล่องบนมือถือ

Jimbe Allen
30/07/2019
เคล็ดลับการทำ SEO ให้ใช้งานคล่องบนมือถือ

พฤติกรรมติดมือถือของคนรุ่นใหม่มีผลต่อการทำตลาดออนไลน์ที่ปรับจากคอนเทนต์บนคอมพิวเตอร์มาอยู่ในมือถือแทน รูปแบบการเขียนบทความโฆษณาทั้งคอนเทนต์และสื่อต่าง ๆ ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการใช้งานบนมือถืออย่างคล่องมือ รวมทั้ง การทำ SEO จะต้องผสมผสานวิธีการหลากหลายเพื่อให้เว็บไซต์ได้รับความนิยมจากผู้ใช้และติดอันดับหน้าแรก ๆ ของเครื่องมือค้นหา โดยล่าสุดทาง Google เพิ่มหลักเกณฑ์การพิจารณาอันดับของเว็บไซต์ในด้านรองรับการใช้บนมือถือได้ดี ทั้งอ่านง่ายและค้นหาข้อมูลสะดวก ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่นั่นเอง

ในบทความนี้จึงมีเคล็ดลับการทำคอนเทนต์ให้เหมาะกับการอ่านบนหน้าจออุปกรณ์มือถือมาฝากกันดังนี้

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าหน้าจอมือถือมีพื้นที่จำกัด การออกแบบเว็บไซต์จึงต้องคำนึงการแสดงผลบนหน้าจอ มีระบบปรับเว็บไซต์ให้พอดีกับหน้าจอโดยอัตโนมัติ ไม่เช่นนั้นบทความที่ต้องเลื่อนซ้ายและขวาให้อ่านจบแต่ละบรรทัดจะอ่านยาก สร้างความลำบาก ทำให้เว็บไซต์ไม่ได้รับความนิยม เว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานบนมือถือมักจะมีโครงสร้างเว็บไซต์ไม่ซับซ้อน เชื่อมโยงภายในจากหน้าหลักไปหาหน้าย่อยอย่างเป็นระบบ มีแผนผังที่ชัดเจน ใช้งานสะดวก ทำให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ง่าย ไม่ยุ่งยากในการค้นหาว่าอะไรอยู่ตรงไหน

ในส่วนของเนื้อหาคอนเทนต์ การเขียนบทความต้องไม่ยาวเกินไป แทรกหัวข้อย่อยให้อ่านง่ายขึ้น พร้อมกับนำคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมมาใช้ในการทำ SEO จำนวนประมาณ 2-3 คำต่อบทความที่มีความยาว 500 คำ ตำแหน่งของคีย์เวิร์ดต้องเอื้อประโยชน์ต่อการค้นหาของเสิร์จเอนจิ้นด้วย โดยปกติจะวางกระจายไว้ในย่อหน้าแรก ตรงกลาง และย่อหน้าสุดท้าย รวมถึงใส่ไว้ในชื่อเรื่องด้วย คอนเทนต์ควรเป็นบทความที่เขียนขึ้นใหม่ มีความทันสมัย และมีประโยชน์ สร้างแรงจูงใจให้ผู้อ่านอยากแชร์แบ่งปันให้คนอื่น นอกจากนั้นการใส่กราฟิกละรูปภาพต้องเป็นไฟล์ขนาดพอเหมาะ ไม่เล็กเกินไปจนต้องซูมเข้าไปดูรายละเอียด ไม่ใหญ่เกินไปจนเกิดปัญหาโหลดช้า

การใส่คลิปวิดีโอสั้น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ความยาวไม่เกิน 1 นาทีกำลังดี เหมาะสำหรับการใช้งานมือถือ ยิ่งมีคนคลิกเข้าชมมากเท่าไรก็ยิ่งมีความน่าเชื่อถือ คลิปวิดีโอเป็นสื่อการตลาดออนไลน์ที่เหมาะกับ Facebook จึงเหมาะต่อการสร้างลิงก์เชื่อมโยงวิดีโอกับลิงก์เข้าชมเว็บไซต์เพื่ออ่านเนื้อหาคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้สนใจเข้าอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของเรา รวมถึงเข้าสำรวจสินค้าและบริการของแบรนด์เพิ่มเติม ทำให้มีโอกาสเพิ่มยอดขายมากขึ้นและทำ SEO ให้เว็บทะยานขึ้นอันดับต้น ๆ ของผลการค้นหาด้วยเคล็ดลับการทำคอนเทนต์ให้เหมาะกับการอ่าน

การปรับเว็บไซต์ให้ตรงกับเงื่อนไขของ Google เป็นเรื่องสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด ถูกมองว่าเป็นสแปมแล้วถูกลงโทษลดอันดับลงไป ขณะเดียวกันผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ก็ได้รับประสบการณ์ดี ๆ หาสินค้าและบริการที่ตรงใจได้ง่ายไม่เสียเวลา หากอันดับไม่ขยับขึ้น อาจเป็นเพราะคู่แข่งทำเว็บไซต์ได้ดีกว่า ควรสำรวจข้อมูลของคู่แข่งในธุรกิจประเภทเดียวกันเสมอ ดูว่ามีการออกแบบโครงสร้างอย่างไร เขียนคอนเทนต์อย่างไร จึงสร้างความประทับใจให้ลูกค้า เพื่อนำมาปรับแต่งเว็บไซต์ของเรา โดยเฉพาะเรื่องการใช้งานที่เหมาะกับมือถือซึ่งมีผลให้เข้าถึงลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น

การว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ SEO ที่มีประสบการณ์มีประโยชน์อย่างไร

Jimbe Allen
03/06/2019
การว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ SEO ที่มีประสบการณ์มีประโยชน์อย่างไร

งานและหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ SEO คือการวางกลยุทธ์ตลาดโดยใช้คีย์เวิร์ดหลักและงานเขียนบทความที่เชื่อมโยงเว็บธุรกิจกับเป้าหมายหลักเพื่อให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าและบริการเป็นอันดับแรกๆ การทำ SEO แบบพื้นฐานสร้างทางลัดให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้โลกธุรกิจมีการแข่งขันสูง การทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกจึงไม่ใช่เรื่องง่าย หากเจ้าของธุรกิจไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง การจ้างนักการตลาดดิจิทัลมาช่วยทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จถือการลงทุนที่คุ้มค่า

ผู้เชี่ยวชาญรู้ว่าจะทำอย่างไร เริ่มต้นจากประเมินเว็บไซต์และปัจจัยทั้งหมดที่มีผลต่อการจัดอันดับ รวมถึงตำแหน่งของผลลัพธ์ในปัจจุบัน วิเคราะห์เจาะลึกมองเห็นปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาในการโหลดหน้าเว็บ การใช้คีย์เวิร์ดไปยังหน้าเว็บ ตลอดจนโครงสร้างเว็บไซต์ที่มีปัญหา สิ่งที่พลาดไม่ได้คือตรวจสอบคู่แข่งทางธุรกิจด้วยว่าใช้คีย์เวิร์ดหลักที่คล้ายกันและมีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ดูว่าเว็บนั้นทำอย่างไรจึงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่า จากนั้นจึงนำข้อมูลทั้งหมดมาจัดลำดับสิ่งสำคัญที่จะปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อให้ผู้ใช้งานพึงพอใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น รวมถึงทำให้ Google จัดลำดับเว็บไซต์ในอยู่ในอันดับต้น ๆ

เนื่องจาก การทำ SEO เป็นกลยุทธ์ระยะยาว กว่าจะเห็นว่ากลยุทธ์ SEO เริ่มแสดงผลต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-6 เดือนจึงเห็นว่าผลลัพธ์นั้นเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ที่ดำเนินอยู่ นั่นคือเหตุผลที่ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญ SEO เข้ามาช่วยปรับปรุงเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง ทำการสร้างลิงก์ใหม่กับเว็บไซต์เป็นประจำ พร้อมกับประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลอย่างไร การอัปเดตข้อมูลเป็นประจำเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยเหลือโดยใช้กลยุทธ์การตลาดอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพร่วมด้วยเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ของการทำ SEO ให้ดีที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญ SEO จะตรวจสอบและวิเคราะห์ผลลัพธ์เป็นประจำเพื่อให้มั่นใจได้ว่า เว็บไซต์ของลูกค้าจะได้รับประโยชน์และสามารถปรับปรุงกลยุทธ์ได้อย่างต่อเนื่อง มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับ SEO ทางออนไลน์ที่อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด มืออาชีพจะแนะแนวทางได้ว่ากลยุทธ์ทางการตลาดแบบไหนสำคัญ และสิ่งใดที่ควรระวัง แม้ว่าคำยอดนิยมอาจดึงดูดผู้เข้าชมนับพันทุกเดือน แต่ถ้าไม่ใช่ลูกค้าที่ต้องการซื้อจริงๆ คงไม่เกิดประโยชน์เท่าไร ใช้คำยาวๆ ที่เฉพาะเจาะจงจะเห็นผลลัพธ์เชิงบวก เข้าตาลูกค้าที่เต็มใจซื้อ ทำให้ประหยัดเวลาและงบประมาณค่าใช้จ่าย

งานและหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ SEO

คนทำธุรกิจต้องการให้เว็บไซต์ค้นหาได้ง่าย การลงทุนจ้างมืออาชีพมาทำ SEO ให้จึงเพิ่มความสะดวกสบาย เพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ได้ง่ายและรวดเร็ว ทั้งยังเลื่อนอันดับการค้นหาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ยิ่งเข้าตาลูกค้ามากเท่าไรก็มีโอกาสขายได้มากขึ้นเท่านั้น ควรค้นหามืออาชีพด้าน SEO ที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่แค่ดึงคนเข้าชมเว็บจำนวนมากทุกวัน แต่รู้วิธีทำ SEO ให้ลูกค้าเป้าหมายเข้ามาเยี่ยมชมและตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น นั่นคือวัตถุประสงค์ที่แท้จริง

SEO จำเป็นต้องจ้างทำไหม ในปี 2018

การเซฟค่าใช้จ่ายสำหรับนักธุรกิจ

สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์มือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่การทำเว็บไซต์ด้วยความเข้าใจว่าจะเป็นหน้าร้านในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย อาจไม่ทราบว่าการทำ SEO อย่างมืออาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญเพียงไร โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นเพียงผู้ใช้งานเว็บไซต์ทั่วไปมาก่อน อาจคุ้นตากับ SEO แบบเน้นการขายลิ้งค์ หรือ Backlink การแชร์โฆษณาซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในอดีตที่จะทำให้ search engine ตีความว่าเป็นการแสดงถึง ความฮิต ของลูกค้าที่ใช้บริการเว็บนั้น ๆ แต่ปัจจุบัน แหล่งสืบค้นข้อมูลทั่วไป ทั้งกูเกิ้ล , บิง , ยาฮู ล้วนใส่ใจและใช้ระบบจัดอันดับ website จากคุณภาพของงานเขียนหรือ content ที่เป็นเชิงสร้างสรรค์ให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านมากยึ่งขึ้น โดยการทำ SEO จะถูกแทรกไปเป็นส่วนหนึ่งในไม่กี่ตำแหน่งของบทความที่มีคุณภาพ หรือ high quality

ซึ่งเทรนด์ที่เปลี่ยนไปนี้ทำให้นักธุรกิจต้อง มองใหม่ อีกครั้งว่า สมควรจะจ้างคนทำ SEO ไหม? หากแบบเดิม ๆ ก็มีความจำเป็นต้องจ้างบริษัทที่รับทำด้าน SEO โดยตรง เพราะมุ่งเน้นปริมาณของชิ้นงานเพื่อไปโพสต์ด่วน ๆ แสดงการอัพเดตและแชร์ลิ้งค์มาก ๆ แต่หากเป็นปี 2018 บริษัทใหญ่ ๆ ที่ทำงานในเทรนด์เดิม ๆ จะมีบุคลากรที่มีความสามารถในการเขียนคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจคุณหรือไม่ เป็นเรื่องต้อง ทดสอบ กันก่อนจะจ้างงานยาว ๆ หรืออาจเลือกจ้างเป็นจ็อบ ๆ ตามแหล่ง agency ที่รวบรวมนักเขียน และนักทำ content ฝีมือดีที่มีความรู้และความเข้าใจในการทำ SEO ประกอบเข้ากับความรู้พื้นฐานที่นักเขียนแต่ละคนมีความถนัดในศาสตร์ของตัวเอง ก็จะทำให้ได้บทความที่มีความ ลึกซึ้ง หรือ DEEP ในเชิงคุณภาพมากกว่า

การเซฟค่าใช้จ่ายสำหรับนักธุรกิจ

สำหรับการทำธุรกิจแล้ว การลดต้นทุน ลดรายจ่าย เป็นเรื่องที่เพิ่มรายได้ให้อย่างอัตโนมัติ การจ้างทำ SEO กับบริษัท เอเจนซี่ หรือนักเขียนอิสระ (freelance) ที่ ใช่ จะช่วยให้ธุรกิจได้ save ค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยควรลองจ้างงานเป็นชิ้น ๆ ดูก่อน หากมีแนวโน้มว่า ไปกันได้ และการทำงานสอดคล้อง เข้าขา กันดี ก็จ้างกันยาวเป็นระยะ6 เดือนหรือ 1 ปี หรือจะจ้างแบบอิสระ-ประจำ ก็มีความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากการจ้างคนทำ SEO ที่เหมาะสม จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวแล้ว ยังช่วยผลักดันให้เว็บไซต์เป็นที่นิยมและเป็นที่จดจำของลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นเสมือน ภาพจำ ที่กลุ่มเป้าหมายจะประทับใจ เลือกใช้บริการ หรือ หันหลังใส่ พร้อมกับบอกต่อ แชร์ หรือ rating ซึ่งส่งผลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ต่อความเชื่อมั่นของคนอื่น ๆ ที่กำลังหาข้อมูลหรือต้องการซื้อสินค้า-บริการในธุรกิจนั้น ๆ ด้วย

SEO จำเป็นต้องจ้างทำไหม ในปี 2018

เหตุผลที่ธุรกิจท้องถิ่นกำลังได้เปรียบในการทำ SEO

เหตุผลที่ธุรกิจท้องถิ่นกำลังได้เปรียบในการทำ SEO

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์เพื่อช่วยในการโปรโมทให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ไม่จำเป็นว่าคุณต้องเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่จึงจะแข่งขันได้ในโลกอินเทอร์เน็ต ยิ่งคุณเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการทำตลาดในท้องถิ่น ยิ่งมีความได้เปรียบในการทำตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะ การทำ SEO เพราะขณะที่คุณเปิดตัวให้โลกรู้จักกว้างขึ้น ยังสามารถจับความสนใจลูกค้าในท้องถิ่นได้มากขึ้นด้วย หลายคนไม่ทราบมาก่อนว่าการใส่คีย์เวิร์ดค้นหาในเครื่องมือค้นหาอย่าง Google แต่ละคนจะได้ผลลัพธ์ในการค้นหาไม่เหมือนกัน สาเหตุเป็นเพราะ Google เก็บข้อมูลผู้ใช้งานโดยดูจากประวัติว่าเป็นใคร ได้เคยค้นหาอะไรมาก่อน มีตำแหน่งที่อยู่ตรงไหน จากนั้นจึงนำมาประมวลผลด้วยอัลกอริทึ่มที่ชาญฉลาด จะเห็นว่าการค้นหาจะตีกรอบแคบลงเพื่อให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด

ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจท้องถิ่นที่เจาะเป้าหมายลูกค้าในละแวกใกล้เคียงย่อมได้เปรียบมากขึ้น หากคุณเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง มีบริการส่งถึงบ้าน การเก็บรายละเอียดของเครื่องมือค้นหาจะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่อาศัยในละแวกใกล้เคียงจะเห็นชื่อร้านของคุณเป็นอันดับแรก ๆ เพราะผลลัพธ์การค้นหาแตกต่างไปจากเดิม การใช้คีย์เวิร์ดใส่ในบทความเพื่อทำ Google จึงต้องเติมรายละเอียดเข้าไปเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีที่สุด การจัดเรียงอันดับด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้เว็บไซต์ธุรกิจขนาดเล็กมีความได้เปรียบ แต่ทั้งนี้ยังต้องพึ่งพาคีย์เวิร์ดเฉพาะเพื่อให้ผลการค้นหาตรงกัน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบและประเมินเว็บไซต์ของตัวเองสม่ำเสมอ

บทบาทสำคัญของธุรกิจออนไลน์

การทำตลาดออนไลน์กำลังมีบทบาทสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวันนี้คนรู้จักร้านอาหารเปิดใหม่อย่างรวดเร็วเพราะมีโซเชียลมีเดียช่วยสนับสนุนทำประชาสัมพันธ์ให้ฟรี ๆ ทั้งที่ตัวเราเองต้องทำเว็บไซต์และเชื่อมโยงกับสื่อสังคมรูปแบบต่าง ๆ ขณะเดียวกันบรรดาเพจเฟซบุ๊กต่าง ๆ เข้ามาช่วยรีวิวร้านอาหาร ตลอดจนลูกค้าที่เข้ามารับประทานแล้วถูกใจ มีการกดไลค์ กดแชร์ บอกต่อกันปากต่อปาก สามารถลดต้นทุนการโฆษณาจากสื่อเดิมประหยัดทั้งเงินและเวลา ทำให้ในระยะหลังธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากสนใจการใช้โซเชียลมีเดียกันมาก จนกระทั่งละเลยการทำเว็บไซต์ให้ดี ความเป็นจริงแล้วเว็บไซต์นั้นสำคัญกว่าเฟซบุ๊กเพราะเป็นทางการกว่า มีความน่าเชื่อถือ ควรใช้โอกาสดี ๆ นี้แปลงสภาพให้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าใหม่เพื่อดึงเข้ามาใช้บริการค้นหาข้อมูลและอ่านบทความในเว็บไซต์ให้มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้ทั้งความสะดวกและประโยชน์จากเนื้อหาของบทความทำให้กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ได้ไม่ยาก

ทุกวันนี้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางเปิดตัวธุรกิจ ร้านค้าและบริการต่าง ๆ สามารถทำการตลาดออนไลน์ง่ายมากขึ้น เพราะเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคสะดวก รวดเร็ว ที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายไม่แพง ธุรกิจท้องถิ่นควรทำ SEO ทั้งเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย ไม่ควรมองข้ามหรือละทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะทั้งสองรูปแบบจะส่งเสริมกันและกัน ส่งผลให้ธุรกิจท้องถิ่นมีศักยภาพการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะการเลือกลูกค้าใหม่ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการมากที่สุด

บทบาทสำคัญของธุรกิจออนไลน์

แนะนำกลยุทธ์การทำ SEO สิ่งใดควรทำหรือหลีกเลี่ยง

กลยุทธ์ที่ดีและแย่ของ SEO

การสร้างเว็บไซต์เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลกิจการของคุณ รายละเอียดของสินค้าและบริการ พร้อมช่องทางสื่อสารกับลูกค้าเป้าหมายเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการตรงจุดที่สุด การจัดทำเนื้อหาที่น่าสนใจและอัพเดทข้อมูลสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยให้ชื่อเว็บไซต์ปรากฏในลำดับแรกๆ ของกูเกิล เรียกกันว่า Search Engine Optimization (SEO) หมายถึงเวลาลูกค้าพิมพ์คำค้นหาในกูเกิล ชื่อเว็บของคุณจะแสดงลิงก์อยู่ในหน้าแรกๆ นับเป็นวิธีการการันตีความน่าเชื่อถือ ตลอดจนคุณภาพและประสิทธิภาพของเว็บไซต์ได้อีกทางหนึ่ง

การทำ SEO มีหลายข้อที่ควรทำและหลีกเลี่ยงดังนี้

1.การเขียนเนื้อหาบทความให้แตกต่าง โดยนำเสนอจุดเด่นของสินค้าและบริการที่เหนือกว่าหรือมีความแตกต่างจากคู่แข่งจะทำให้เกิดจุดเด่นของเว็บไซต์ แต่แน่นอนว่าในไม่ช้าจะเกิดการเลียนแบบตามมา เนื้อหาที่แตกต่างอย่างเดียวใช้เป็นกลยุทธ์เดี่ยวๆ ไม่ได้ผล ข้อนี้แก้ไขได้โดยการสื่อสารกับลูกค้าว่าสนใจอะไรเป็นพิเศษ เพื่อที่จะนำเสนอให้เหมาะกับความต้องการมากที่สุด เมื่อมีสินค้าและบริการที่โดนใจอย่างนี้ ไม่เพียงทำให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายง่ายขึ้นเท่านั้น ยังจะแวะเวียนเข้ามาในเว็บอย่างต่อเนื่อง

2.การทำ SEO มักจะใช้คีย์เวิร์ดเพื่อช่วยในการค้นหา ซึ่งมีผลทำให้ติดอันดับ SEO แต่การใช้คำซ้ำซากและถี่ๆ เกิดไปไม่เกิดผลดีในด้านการสื่อสารข้อความ ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำมากเกินไป แทนที่จะได้ผลดีกลับกลายเป็นสแปมไปได้ ในแต่ละบทความจะใช้เพียง 2-4 คำ ข้อสำคัญคือต้องวางตำแหน่งที่เหมาะสม การใช้คำมีความหมายกลมกลืนกับเนื้อหาอย่างแนบเนียน ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ เนื้อน่าอ่านและน่าติดตามสม่ำเสมอ เรียกว่าต้องพัฒนาในส่วนของบทความให้เพิ่มเติมความรู้มากขึ้นและน่าเชื่อถือด้วย จึงจะทำให้เว็บไซต์มีอันดับที่ดีขึ้นได้

SEO Backlinks

3.การเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอก ทำให้มีลิงก์เข้ามาจำนวนมาก เป็นหนึ่งในเทคนิกผลักดันเว็บไซต์ให้ขึ้นติดอับดับการค้นหาเร็วมากขึ้น แต่การใส่ลิงก์ที่มากเกินไป โดยเฉพาะลิงก์ที่มีเนื้อหาไม่สอดคล้องกับเว็บไซต์ ลิงก์ที่ไม่มีคุณภาพเข้ามาแลกเปลี่ยนกันหรือแม้แต่การซื้อขายลิงก์ นอกจากจะไม่เกิดผลดีแล้ว ยังอาจส่งผลเสียให้อันดับในกูเกิลตกต่ำไปด้วย รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการสร้าง Backlinks ที่นำบทความไปโพสต์ตามเว็บต่างๆ ให้ลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์ของตัวเอง อาจดึงคนเข้าเว็บไซต์เรามากในช่วงแรก แต่ไม่มีประสิทธิภาพในระยะยาว ทั้งยังไม่เกิดผลดีต่อการทำ SEO แต่อย่างใด

สรุปได้ว่าการทำ SEO ยังต้องอาศัยทักษะการเขียนบทความให้เนื้อหามีคุณภาพและน่าสนใจดึงดูดลูกค้าเป้าหมายให้เห็นคุณค่าและมาติดตามอ่านอย่างต่อเนื่อง เพราะคุณภาพสำคัญกว่าปริมาณเสมอ สำหรับการลิงก์เว็บอื่นๆ เข้ามาควรจะพิจารณาที่ความเกี่ยวข้อง มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือก่อน ทำให้ภาพรวมของเว็บไซต์เป็นที่ยอมรับและการทำ SEO จะไม่เสียแรงเปล่า สามารถไต่สู่อันดับแรกสุดเท่าที่จะเป็นไปได้