Google คิดอย่างไรกับ SEO Low Quality Page รู้ไว้จะได้ไม่ต้องทำ

Jimbe Allen
05/04/2020
Google คิดอย่างไรกับ SEO Low Quality Page รู้ไว้จะได้ไม่ต้องทำ

หากเราพูดถึง การทำ SEO นั้นสิ่งที่หลายคนจะต้องคำนึงถึงก็คือการประเมินคุณภาพเว็บไซต์จาก Google ซึ่งการให้คะแนนนี้ไม่ได้มีการให้คะแนนบวกอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีการหักคะแนนเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพด้วยเช่นกัน วันนี้เราจึงมาแนะนำให้คุณได้รู้ว่า SEO Low Quality Page นั้นมีลักษณะอย่างไร เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องทำเว็บไซต์ออกมาแล้วโดนประเมินคะแนนจาก Google ต่ำ

ลักษณะของ SEO Low Quality Page

เป็นเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงในทางลบ ชื่อเสียงในทางลบในที่นี้หมายถึงการที่เว็บไซต์ของคุณถูกรายงานให้เป็นเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อการก่อกวนหรือผิดนโยบายของ Google นั่นเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่เว็บไซต์ของคุณถูกรายงาน ก็อาจมีสิทธิ์ตกอันดับหรือถูกงดให้ขึ้นไปอยู่บนเพจของ Google ได้เหมือนกัน

เป็นเว็บไซต์ที่ถูกทิ้งให้ไม่มีการอัปเดต หรือเป็นสแปม เราเชื่อว่าคุณคงเคยเห็นเว็บไซต์ที่ไม่มีการอัปเดตใด ๆ หรือถูกปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน ๆ แต่กลับเป็นเว็บไซต์ที่นำไปสร้าง backlink ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบนหน้าเพจนั้น ๆ ใช่เลย เว็บไซต์แบบนี้เองที่ถือว่าเป็นสแปม

ไม่มีความน่าเชื่อถือ หากเว็บไซต์ของคุณไม่มีการ verify มีความเป็นไปได้ที่ Google จะไม่นำเอาเว็บไซต์ของคุณไปขึ้นอยู่บนหน้าแรกของ Google โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่เกิดขึ้นมาใหม่ควรทำการ verify ส่วนต่าง ๆ เช่น SSL ให้เรียบร้อย

ไม่มีข้อมูลเว็บไซต์ เมนูของเว็บไซต์ เช่น หน้าแรก ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ ข้อมูลการติดต่อ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของเว็บไซต์เลยก็ว่าได้ เพราะมันจะทำให้ผู้ชมสามารถค้นหาข้อมูลของเว็บไซต์ได้ง่าย

เนื้อหาในเว็บไซต์มีคุณภาพต่ำ เนื้อหาที่คัดลอกมาหรือผ่านการทำ spinning นั้นถือว่าเป็นเนื้อหาที่มีคุณภาพต่ำที่ Google ไม่ชอบเอามาก ๆ เลยล่ะ เนื่องจากมันดูไม่สร้างสรรค์และไปซ้ำกับเว็บไซต์อื่นด้วย

สร้างเนื้อหามาหลอก bot ของ search engine สมัยนี้ bot ของ search engine อย่าง Google ไม่ได้โง่อีกต่อไปแล้ว แถมยังมีระบบดักจับเว็บไซต์ที่ชอบสร้างเนื้อหาขึ้นมาตบตาอีกด้วย

มีเนื้อหาหรือหน้าของเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย เนื้อหาที่เป็นอันตรายนั้นมักจะประกอบไปด้วยส่วนที่โยงไปหา ไวรัสและมัลแวร์ รวมถึงมีโฆษณาล่อแหลมที่เป็นแหล่งของสปายแวร์ทั้งหลาย หากเว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหาแบบนี้อยู่ ก็ยิ่งมีโอกาสตกอันดับมากขึ้น

เราจะเห็นได้ว่า SEO Low Quality Page หรือเว็บไซต์ที่มีคุณภาพต่ำนั้น สามารถเกิดขึ้นได้กับหลายเว็บไซต์ที่ไม่ได้มีการคำนึงถึงเรื่องคุณภาพ โดยไม่ได้เป็นเรื่องของคุณภาพเนื้อหาเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของโครงสร้างภายในและเว็บไซต์อีกด้วย หากคุณไม่ต้องการให้เว็บไซต์ของคุณถูกประเมินด้วยคะแนนที่ต่ำแล้วล่ะก็ ห้ามทำตาม list ที่อยู่ด้านบนเด็ดขาด

ลักษณะของ SEO Low Quality Page

เทคนิคการทำ SEO ที่ได้รับความนิยมสูงสุด และมีประสิทธิภาพ

Jimbe Allen
04/04/2020
เทคนิคการทำ SEO ที่ได้รับความนิยมสูงสุด และมีประสิทธิภาพ

สำหรับนักการตลาดออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยให้ธุรกิจได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย ทำให้นักการตลาดหลายคนที่เริ่มเข้าวงการจึงศึกษาวิธีการทำเว็บไซต์และวิธีทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบนหน้าแรกของ Search Engine อย่างจริงจัง โดยเทคนิคการทำ SEO เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในการนำมาใช้ปรับเว็บไซต์ให้ติดอันดับได้ง่ายขึ้น ซึ่งเทคนิคในการทำ SEO ที่ได้รับความนิยมมีดังนี้

เทคนิค SEO ที่ได้รับความนิยม

นำโปรแกรม Keyword Planner มาใช้ การหาคีย์เวิร์ดทองคำที่มีจำนวนกลุ่มเป้าหมายค้นหาบ่อย จำเป็นต้องพึ่งพาโปรแกรม Keyword Planner เนื่องจากโปรแกรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่บอกถึงจำนวนการค้นหาต่อเดือน แต่ยังบอกคำใกล้เคียงที่สามารถนำมาใช้ผสมผสานกับคีย์เวิร์ดหลักเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับบนหน้าแรกได้ง่ายขึ้น

แทรก Keyword ที่กลุ่มเป้าหมายค้นหาบ่อยในทุกหน้าของเว็บไซต์ การทำให้เว็บไซต์ติดอันดับในหน้าแรกคีย์เวิร์ดมีความสำคัญมาก ซึ่งการแทรกคีย์เวิร์ดที่ทำการค้นหามาเป็นอย่างดีแล้วว่ามีจำนวนผู้คนหาเยอะ ให้แทรกอยู่ในชื่อเว็บไซต์ ชื่อหัวข้อบทความ เนื้อหาบทความ หรือส่วนอื่น ๆ ภายในเว็บไซต์ทั้ง On-page และ Off-page ในปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้เว็บไซต์ถูกค้นเจอได้ง่ายขึ้น

การแสดงหน้าเว็บไซต์ต้องรองรับการดูในมือถือด้วย เนื่องจาก Search Engine มองว่าสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า Desktop และ Laptop จึงทำให้ Search Engine เน้นความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และมองว่าเว็บไซต์ที่ไม่รองรับการดูในมือถือ เป็นเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ จึงอาจทำให้ถูกลดอันดับได้

แม้ว่านักการตลาดออนไลน์มือใหม่จะทำตามเทคนิค SEO เป็นอย่างดีแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นดั่งใจหวัง ซึ่งการที่เว็บไซต์ไม่ติดอันดับบนหน้าแรกเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ

2 สาเหตุหลัก ที่ทำให้เว็บไม่ติดอันดับ

– Content บนเว็บไซต์ขาดคุณภาพหรือมีจำนวนไม่มากพอ การทำคอนเทนต์ลงเว็บไซต์จำนวนมากแต่ไม่ได้คุณภาพ เช่น จำนวนคำในบทความน้อยเกินไป หรือใช้คีย์เวิร์ดมากเกินไปจนอ่านไม่รู้เรื่อง เป็นต้น รวมถึงจำนวนคอนเทนต์ที่ไม่มากพอ ทำให้อัลกอริทึ่มบน Search Engine มองข้าม ซึ่งการจะโพสต์คอนเทนต์คุณภาพและมีจำนวนมากพอก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน เนื่องจากอัลกอริทึมบน Search Engine ต้องใช้เวลานานกว่าจะเก็บข้อมูลในเว็บไซต์ได้ทั้งหมด

– จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ไม่มากพอ แน่นอนว่าการเก็บจำนวนผู้เข้าชมจำนวนมาก ไม่สามารถทำได้ภายในคืนเดียว ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือ สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจควบคู่ไปกับการทำ Backlink จากเว็บที่มีเนื้อหาใกล้เคียงหรือหมวดหมู่เดียวกับเนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อเรียกกลุ่มเป้าหมายให้เข้าสู่เว็บไซต์ จึงจะช่วยเรื่องการไต่อันดับบน Search Engine ได้เป็นอย่างดี

การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนหน้าแรกด้วยเทคนิค SEO เป็นวิธีที่ต้องใช้เวลาและความพยายามมาก แต่ก็ทำให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่ดีได้นานกว่าวิธีอื่น ๆ

เทคนิค SEO ที่ได้รับความนิยม

ทำไมต้องจ้างนักเขียนทำบทความ SEO ?

Jimbe Allen
01/04/2020

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าการเขียนบทความนั้นเป็นสิ่งที่ใครก็ทำได้และ การเขียนบทความ SEO ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากเพียงแค่รู้หลักการเท่านั้น แต่เดี๋ยวก่อน… เรามาดูกันว่าการจ้างนักเขียนบทความ SEO นั้นช่วยทำให้การทำ SEO ไต่อันดับและช่วยงานคุณได้อย่างไรบ้าง แล้วคุณอาจเปลี่ยนใจอยากจ้างนักเขียนไปตลอดก็ได้นะ

เหตุผลที่ต้องจ้างเขียนบทความ

การเขียนบทความ SEO ไม่ได้เป็นเพียงแค่บทความทั่วไป

หากคุณคิดว่าบทความทั่วไปที่ไม่ต้องมีคีย์เวิร์ดนั้นยากอยู่แล้ว คุณจะเข้าใจได้แบบง่าย ๆ ว่าการเขียนบทความ SEO นั้นมีระดับความยากยิ่งกว่า เพราะบทความ SEO ต้องมีการแทรกคีย์เวิร์ด สอดแทรกเนื้อหาที่แบรนด์ต้องการสื่อสารออกไป แต่ในทางเดียวกันก็ต้องไม่ทำให้บทความน่าเบื่อเพื่อให้คนอ่านสามารถอ่านไปได้จนจบอีกด้วยเหมือนกัน

บทความแต่ละบทใช้เวลาในการเขียน

แน่นอนว่าการเขียนบทความทั่วไปนั้นไม่ได้ใช้เวลาน้อย ๆ อย่างที่หลายคนคิด เพราะในขั้นตอนของการเขียนไม่ได้มีเพียงแค่การพิมพ์ตัวหนังสือออกมาเท่านั้น แต่ยังมีขั้นตอนของการค้นคว้าและเรียบเรียงตัวหนังสือเพื่อให้ได้บทความที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและครอบคลุมสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร พร้อมกับแทรกคีย์เวิร์ดหลายคำเข้าไปอีกด้วย มันน่าจะดีกว่าถ้าคุณจ้างนักเขียนที่มีความเชี่ยวชาญมาจัดการให้

นักเขียนมีความเชี่ยวชาญและทักษะในการเขียนบทความ SEO มากกว่า

อย่างที่เรารู้กันไปแล้วว่าบทความ SEO นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่บทความธรรมดาทั่วไป นอกจากจะต้องใช้ทักษะทางด้านการเขียนแล้ว ยังต้องมีความเข้าใจวิธีการทำ SEO อีกด้วย ลองคิดดูสิว่าการที่คุณต้องเขียนเองนั้น ต้องใช้เวลาเรียนรู้นานกี่เดือนจึงจะเขียนบทความให้มีคุณภาพได้ แต่นักเขียนบทความ SEO จะช่วยตัดปัญหาเรื่องของการที่คุณต้องไปนั่งเรียนเองหรือหาความรู้เอาเองได้เยอะเลยทีเดียวล่ะ

ได้ผลลัพธ์ทันทีด้วยบทความที่มีคุณภาพ

คุณสามารถนำบทความ SEO ที่ได้จากนักเขียนไปใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องมานั่งคิดเองว่าจะต้องวางคีย์เวิร์ดไว้ตรงไหนบ้าง แล้วแต่ละบทจะต้องมีกี่คำ เพราะนักเขียนจะเป็นคนจัดการให้คุณทั้งหมดเสร็จสรรพ โดยบทความที่ได้จะเป็นบทความที่มีทั้งคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการ มีจำนวนคำที่เหมาะสมต่อการทำ SEO และยังเป็นบทความที่วางตำแหน่งแต่ละพารากราฟได้อย่างลงตัว สามารถนำไปโพสต์ได้เลยทันที

เห็นไหมว่าการจ้างนักเขียนเพื่อทำบทความ SEO นั้นไม่ได้แค่ช่วยให้คุณได้บทความ SEO ที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยประหยัดงบประมาณและช่วยย่นเวลาของคุณเพื่อไปดูแลงานอย่างอื่นได้อีกเยอะเลยทีเดียว แล้วคุณล่ะอยากเปลี่ยนจากการเขียนบทความเอง มาเป็นการจ้างนักเขียนแทนหรือไม่

เหตุผลที่ต้องจ้างเขียนบทความ