สิ่งที่คุณจะพลาด หากไม่ทำเว็บไซต์ SEO

สิ่งที่คุณจะพลาด หากไม่ทำเว็บไซต์ SEO

สิ่งที่คุณจะพลาด หากไม่ทำเว็บไซต์ SEO

SEO คือสิ่งสำคัญหากคุณอยากเด่นอยู่ในตลาด

ต้องยอมรับความจริงว่าโลกปัจจุบันนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว หากสังเกตดูเด็กยุคใหม่ พวกเขาจะสามารถใช้เครื่องมือเครื่องไม้ที่ทันสมัยได้ตั้งแต่อายุยังเล็ก ซึ่งเมื่อคนรุ่นเก่ามองลงไปแล้วเปรียบเทียบกับยุคของตนเอง คุณจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์ใจนี้ สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือการยอมรับและก้าวไปกับโลก ดังนั้น หากคุณอยากจะทำธุรกิจแล้วไม่พลาด อย่าลืมที่จะก้าวตามโลกให้ทัน เว็บไซต์และการกระตุ้นการเคลื่อนไหวของเว็บด้วยการทำ SEO จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้อีกทางหนึ่ง แน่นอนว่ามันมีผลกระทบอย่างสูงเลยทีเดียว

สิ่งที่คุณจะพลาด หากไม่ทำเว็บไซต์ SEO

ปัจจุบันต้องยอมรับว่า การทำเว็บไซต์ให้เข้าสู่ระบบ SEO เพื่อการขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นวิธีการส่งเสริมการขายที่ทรงอิทธิพลมาก แต่หลายคนก็ยังไม่แน่ใจในศักยภาพของระบบ SEO ว่าจะมีความคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายรายหกเดือนหรือรายปีเป็นอย่างน้อยในการจ้างทำ และยังไม่สามารถการันตีได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าจะเพิ่มยอดขายได้มากน้อยแค่ไหน เราจึงได้รวบรวมสิ่งที่คุณจะพลาดไปถ้าไม่พัฒนาเว็บไซต์เข้าสู่ระบบ SEO มาฝากกัน ดังนี้

ขาดโอกาสเพิ่ม traffic หรือยอดจำนวนผู้เข้ามาอ่านบทความ

รวมถึงหาข้อมูลด้านสินค้าอื่น ๆ ในเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งเท่ากับว่าคุณจะเสียโอกาสในการขายไปด้วย ซึ่งมันก็จะส่งผลถึงการโปรโมตเว็บไซต์ตัวเอง เพราะการจัดอันดับของ search engine จะดูที่คุณภาพของบทความเป็นองค์ประกอบใหญ่อย่างหนึ่งด้วย หากไม่มีบทความ SEO เท่ากับขาดดาต้าที่จะไปวิเคราะห์เพื่อ ranking อันดับนั่นเอง

คุณจะพลาด หากไม่ทำเว็บไซต์ SEO

อันดับสืบค้นต่ำลง

เมื่อขาดบทความ SEO จะทำให้อันดับในกูเกิ้ลต่ำลง จึงขาดโอกาสที่ดีในการพบปะกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการซื้อสินค้าและบริการในขณะนั้น เพราะคุณไม่อยู่ในทำเลที่จะสืบค้นเจอได้ง่ายและไปลดทอนศักยภาพในการแข่งขันกับคู่แข่งเจ้าอื่นในไลน์การผลิตและจำหน่ายสินค้าแบบเดียวกัน โดยเฉพาะการแข่งขันด้านงานบริการอย่าง การโรงแรม การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันสูง

ขาดโอกาสได้ลูกค้ากลุ่มใหญ่จากทั่วโลกแบบ worldwide

เพราะหนทางการพบเจอกันของผู้ทำธุรกิจกับลูกค้านั้นเปลี่ยนไป เชื่อหรือไม่ว่าในปัจจุบันเราสามารถหาลูกค้ากลุ่มใหญ่ รวมถึงกลุ่มลูกค้า Oversea หรือลูกค้าต่างประเทศหรือกลุ่มลูกค้าจากทั่วโลกได้จากอินเตอร์เนท เพียงแต่คุณจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เขารู้จักตัวตนของคุณอย่างแท้จริง เมื่อคุณพลาด ไม่ยอมทำ SEO แน่นอนว่าสิ่งที่คุณจะพลาดก็คือกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ แบบ Worldwide ซึ่งถือเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่จริง ๆ

ไม่สามารถรักษาลูกค้าเดิมไว้ได้

อย่าลืมว่าในขณะที่เราไม่ได้ทำ SEO ก็ยังมีบริษัทอื่นๆที่ทำธุรกิจแบบเดียวกับเราเร่งมือสร้างเว็บไซต์และดัน SEO เพื่อให้เกิดโอกาสในการพบปะลูกค้า ซึ่งนั่นอาจจะหมายถึงลูกค้าที่เป็นลูกค้าของเราก็ได้ หากลูกค้าเราได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากบริษัทอื่นมากกว่า ทั้งการมีโปรโมชั่นมาล่อใจ มันจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยหากคุณปล่อยปละละเลยความสำคัญของการทำ SEO แล้วฝ่ายตรงข้ามก็สามารถคว้าเอาลูกค้าของคุณไปเป็นลูกค้าของเขาได้ในที่สุด

และทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่คุณจะพลาดหากไม่นำระบบ SEO มาปรับใช้กับเว็บไซต์ของคุณ เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยเสริมความมั่นใจและแสดงให้เห็นว่ารายจ่ายในการจ้างจะถูกชดเชยด้วยโอกาสทางธุรกิจและกำไรของบริษัทในระยะยาวอย่างที่คุณพอใจ

สิ่งที่พลาด-หากไม่ทำเว็บไซต์-SEO

SEO จำเป็นต้องจ้างทำไหม ในปี 2018

การเซฟค่าใช้จ่ายสำหรับนักธุรกิจ

สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์มือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่การทำเว็บไซต์ด้วยความเข้าใจว่าจะเป็นหน้าร้านในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย อาจไม่ทราบว่าการทำ SEO อย่างมืออาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญเพียงไร โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นเพียงผู้ใช้งานเว็บไซต์ทั่วไปมาก่อน อาจคุ้นตากับ SEO แบบเน้นการขายลิ้งค์ หรือ Backlink การแชร์โฆษณาซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในอดีตที่จะทำให้ search engine ตีความว่าเป็นการแสดงถึง ความฮิต ของลูกค้าที่ใช้บริการเว็บนั้น ๆ แต่ปัจจุบัน แหล่งสืบค้นข้อมูลทั่วไป ทั้งกูเกิ้ล , บิง , ยาฮู ล้วนใส่ใจและใช้ระบบจัดอันดับ website จากคุณภาพของงานเขียนหรือ content ที่เป็นเชิงสร้างสรรค์ให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านมากยึ่งขึ้น โดยการทำ SEO จะถูกแทรกไปเป็นส่วนหนึ่งในไม่กี่ตำแหน่งของบทความที่มีคุณภาพ หรือ high quality

ซึ่งเทรนด์ที่เปลี่ยนไปนี้ทำให้นักธุรกิจต้อง มองใหม่ อีกครั้งว่า สมควรจะจ้างคนทำ SEO ไหม? หากแบบเดิม ๆ ก็มีความจำเป็นต้องจ้างบริษัทที่รับทำด้าน SEO โดยตรง เพราะมุ่งเน้นปริมาณของชิ้นงานเพื่อไปโพสต์ด่วน ๆ แสดงการอัพเดตและแชร์ลิ้งค์มาก ๆ แต่หากเป็นปี 2018 บริษัทใหญ่ ๆ ที่ทำงานในเทรนด์เดิม ๆ จะมีบุคลากรที่มีความสามารถในการเขียนคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจคุณหรือไม่ เป็นเรื่องต้อง ทดสอบ กันก่อนจะจ้างงานยาว ๆ หรืออาจเลือกจ้างเป็นจ็อบ ๆ ตามแหล่ง agency ที่รวบรวมนักเขียน และนักทำ content ฝีมือดีที่มีความรู้และความเข้าใจในการทำ SEO ประกอบเข้ากับความรู้พื้นฐานที่นักเขียนแต่ละคนมีความถนัดในศาสตร์ของตัวเอง ก็จะทำให้ได้บทความที่มีความ ลึกซึ้ง หรือ DEEP ในเชิงคุณภาพมากกว่า

การเซฟค่าใช้จ่ายสำหรับนักธุรกิจ

สำหรับการทำธุรกิจแล้ว การลดต้นทุน ลดรายจ่าย เป็นเรื่องที่เพิ่มรายได้ให้อย่างอัตโนมัติ การจ้างทำ SEO กับบริษัท เอเจนซี่ หรือนักเขียนอิสระ (freelance) ที่ ใช่ จะช่วยให้ธุรกิจได้ save ค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยควรลองจ้างงานเป็นชิ้น ๆ ดูก่อน หากมีแนวโน้มว่า ไปกันได้ และการทำงานสอดคล้อง เข้าขา กันดี ก็จ้างกันยาวเป็นระยะ6 เดือนหรือ 1 ปี หรือจะจ้างแบบอิสระ-ประจำ ก็มีความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากการจ้างคนทำ SEO ที่เหมาะสม จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวแล้ว ยังช่วยผลักดันให้เว็บไซต์เป็นที่นิยมและเป็นที่จดจำของลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นเสมือน ภาพจำ ที่กลุ่มเป้าหมายจะประทับใจ เลือกใช้บริการ หรือ หันหลังใส่ พร้อมกับบอกต่อ แชร์ หรือ rating ซึ่งส่งผลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ต่อความเชื่อมั่นของคนอื่น ๆ ที่กำลังหาข้อมูลหรือต้องการซื้อสินค้า-บริการในธุรกิจนั้น ๆ ด้วย

SEO จำเป็นต้องจ้างทำไหม ในปี 2018

เหตุผลที่ธุรกิจท้องถิ่นกำลังได้เปรียบในการทำ SEO

เหตุผลที่ธุรกิจท้องถิ่นกำลังได้เปรียบในการทำ SEO

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์เพื่อช่วยในการโปรโมทให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ไม่จำเป็นว่าคุณต้องเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่จึงจะแข่งขันได้ในโลกอินเทอร์เน็ต ยิ่งคุณเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการทำตลาดในท้องถิ่น ยิ่งมีความได้เปรียบในการทำตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะ การทำ SEO เพราะขณะที่คุณเปิดตัวให้โลกรู้จักกว้างขึ้น ยังสามารถจับความสนใจลูกค้าในท้องถิ่นได้มากขึ้นด้วย หลายคนไม่ทราบมาก่อนว่าการใส่คีย์เวิร์ดค้นหาในเครื่องมือค้นหาอย่าง Google แต่ละคนจะได้ผลลัพธ์ในการค้นหาไม่เหมือนกัน สาเหตุเป็นเพราะ Google เก็บข้อมูลผู้ใช้งานโดยดูจากประวัติว่าเป็นใคร ได้เคยค้นหาอะไรมาก่อน มีตำแหน่งที่อยู่ตรงไหน จากนั้นจึงนำมาประมวลผลด้วยอัลกอริทึ่มที่ชาญฉลาด จะเห็นว่าการค้นหาจะตีกรอบแคบลงเพื่อให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด

ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจท้องถิ่นที่เจาะเป้าหมายลูกค้าในละแวกใกล้เคียงย่อมได้เปรียบมากขึ้น หากคุณเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง มีบริการส่งถึงบ้าน การเก็บรายละเอียดของเครื่องมือค้นหาจะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่อาศัยในละแวกใกล้เคียงจะเห็นชื่อร้านของคุณเป็นอันดับแรก ๆ เพราะผลลัพธ์การค้นหาแตกต่างไปจากเดิม การใช้คีย์เวิร์ดใส่ในบทความเพื่อทำ Google จึงต้องเติมรายละเอียดเข้าไปเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีที่สุด การจัดเรียงอันดับด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้เว็บไซต์ธุรกิจขนาดเล็กมีความได้เปรียบ แต่ทั้งนี้ยังต้องพึ่งพาคีย์เวิร์ดเฉพาะเพื่อให้ผลการค้นหาตรงกัน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบและประเมินเว็บไซต์ของตัวเองสม่ำเสมอ

บทบาทสำคัญของธุรกิจออนไลน์

การทำตลาดออนไลน์กำลังมีบทบาทสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวันนี้คนรู้จักร้านอาหารเปิดใหม่อย่างรวดเร็วเพราะมีโซเชียลมีเดียช่วยสนับสนุนทำประชาสัมพันธ์ให้ฟรี ๆ ทั้งที่ตัวเราเองต้องทำเว็บไซต์และเชื่อมโยงกับสื่อสังคมรูปแบบต่าง ๆ ขณะเดียวกันบรรดาเพจเฟซบุ๊กต่าง ๆ เข้ามาช่วยรีวิวร้านอาหาร ตลอดจนลูกค้าที่เข้ามารับประทานแล้วถูกใจ มีการกดไลค์ กดแชร์ บอกต่อกันปากต่อปาก สามารถลดต้นทุนการโฆษณาจากสื่อเดิมประหยัดทั้งเงินและเวลา ทำให้ในระยะหลังธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากสนใจการใช้โซเชียลมีเดียกันมาก จนกระทั่งละเลยการทำเว็บไซต์ให้ดี ความเป็นจริงแล้วเว็บไซต์นั้นสำคัญกว่าเฟซบุ๊กเพราะเป็นทางการกว่า มีความน่าเชื่อถือ ควรใช้โอกาสดี ๆ นี้แปลงสภาพให้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าใหม่เพื่อดึงเข้ามาใช้บริการค้นหาข้อมูลและอ่านบทความในเว็บไซต์ให้มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้ทั้งความสะดวกและประโยชน์จากเนื้อหาของบทความทำให้กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ได้ไม่ยาก

ทุกวันนี้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางเปิดตัวธุรกิจ ร้านค้าและบริการต่าง ๆ สามารถทำการตลาดออนไลน์ง่ายมากขึ้น เพราะเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคสะดวก รวดเร็ว ที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายไม่แพง ธุรกิจท้องถิ่นควรทำ SEO ทั้งเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย ไม่ควรมองข้ามหรือละทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะทั้งสองรูปแบบจะส่งเสริมกันและกัน ส่งผลให้ธุรกิจท้องถิ่นมีศักยภาพการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะการเลือกลูกค้าใหม่ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการมากที่สุด

บทบาทสำคัญของธุรกิจออนไลน์

ทำไมบล็อก เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำ SEO

ทำไมบล็อก เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำ SEO

การเขียนบทความในบล็อกเป็นการเขียนเล่าเรื่องราวให้เข้าใจง่าย มีเหตุผลหลายประการว่าทำไมการเขียนบล็อกจึงมีความสำคัญต่อธุรกิจของคุณ การเขียนช่วยให้คุณเป็นผู้นำทางความคิด สร้างความไว้วางใจและเพิ่มความน่าเชื่อถือ นอกจากนั้นยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และมีส่วนร่วมกับผู้อ่านได้ สามารถสร้างความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งในแวดวงเดียวกัน

ประโยชน์ข้อหลักของการทำบล็อก

คือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือค้นหาให้เว็บสินค้าของคุณติดอันดับดีขึ้นได้ การปรับปรุงเนื้อหาบทความให้ดีขึ้นเท่าไร หน้าเว็บของคุณจะปรากฏในหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหามากขึ้น เพื่อให้ผู้ค้นหาเห็นเว็บไซต์และเข้ามาอ่าน ทำความรู้จักกับธุรกิจของคุณมากขึ้น เปรียบเทียบสถิติการเข้าชม จะเห็นว่าธุรกิจที่เขียนบล็อกมักมีผู้เข้าชมมากเป็นสองเท่าของธุรกิจที่ไม่ได้เขียนบล็อก

สิ่งสำคัญจริงๆ คือการเขียนบทความให้น่าอ่าน ทำให้คนติดตามและเข้าชมเว็บสม่ำเสมอ อย่าให้ความสำคัญกับการจัดอันดับในเครื่องมือค้นหามากที่สุด เพราะธุรกิจต้องการยอดขายและความเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่หยุดอยู่แค่ยอดกดไลค์กดแชร์แล้วจากไป มีการใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม จำนวนไม่มากไม่น้อย โพสต์เนื้อหาใหม่บนเว็บไซต์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 บทความ

เว็บไซต์ที่มีการอัปเดตบ่อยๆ แสดงให้เห็นว่าเว็บไซต์มีข้อความใหม่ ไม่ล้าสมัย เครื่องมือค้นหาจะนำมาเป็นปัจจัยในการจัดอันดับที่ดีขึ้น เพราะกูเกิลไม่ต้องการแสดงรายการหน้าเว็บที่ล้าสมัยเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ ตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องโพสต์เนื้อหาล่าสุดและเนื้อหาใหม่บ่อยๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการทำ SEO จะมีประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เว็บไซต์ที่ไม่ค่อยมีคนเข้าใช้เพราะพื้นที่เว็บมีแต่ประวัติบริษัทที่ข้อมูลไม่เปลี่ยนแปลง รายละเอียดของสินค้าและราคาที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง บางเว็บอาจอัปเดตเนื้อหาหน้าแรกสองสามครั้งต่อปีเป็นอย่างมากที่สุด การเขียนบล็อกเพื่อให้มีบทความลงโพสต์บ่อยขึ้นทำให้เว็บไซต์เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการทำ SEO และมีผลต่อการจัดอันดับของเครื่องมือค้นหาด้วย

เพราะเหตุนี้ ทุกเว็บธุรกิจออนไลน์ จำเป็นต้องมี Blog

ธุรกิจที่กำลังวางแผนการตลาดออนไลน์จึงต้องทำบล็อกเพื่อโพสต์ข้อความใหม่ๆ ในเว็บไซต์ได้อย่างต่อเนื่อง จะโพสต์วันละหลายครั้งต่อวันก็ได้ แล้วแต่ความพอใจ ยิ่งโพสต์เนื้อหาสดใหม่ขึ้นหน้าเว็บ ยิ่งมีผลต่อการทำ SEO เครื่องมือค้นหาจะเลื่อนอันดับขึ้นมีโอกาสที่จะได้อยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหาจากกูเกิล นอกจากการใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมในทุกบทความที่โพสต์แล้ว การใช้รูปภาพในบทความมีผลต่อการจัดอันดับของกูเกิลด้วย ควรตั้งชื่อรูปภาพและบรรยายภาพที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดในบทความเพื่อประโยชน์ในการใช้รูปภาพลงในบล็อก

อีกส่วนคือการทำ Backlink สร้างความสัมพันธ์กับองค์กรและเว็บไซต์อื่นๆ การเขียนบล็อกทำให้คุณมีโอกาสเชื่อมโยงลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่นที่เกี่ยวข้อง มีการแลกเปลี่ยนลิงก์กันเพื่อให้มีผู้ติดตามเข้าชมเว็บของคุณมากขึ้น สิ่งสำคัญคือพิจารณาเลือกสร้างความสัมพันธ์กับเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง คุณภาพสูงและมีความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สินค้าของคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่าละเลยเรื่องการเชื่อมโยงบล็อกของคุณกับบัญชีโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม จะเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บสูงกว่าที่คาดหมายไว้เสียอีก

ปัญหาคาใจ ใส่คีย์เวิร์ดอย่างไร SEO จึงประสบความสำเร็จ

ทุกวันนี้การทำ SEO เป็นที่พูดถึงกันมากและแพร่หลาย หลายคนแนะนำร้านค้าออนไลน์ใช้บริการรับทำ SEO เชื่อว่าจะทำให้อันดับการค้นหาสินค้าและบริการในกูเกิ้ลดีขึ้น ด้วยการใช้คีย์เวิร์ดที่คนสนใจ จะทำให้การค้นหาของลูกค้าเข้ามาเชื่องโยงกับเว็บของคนขายมากขึ้น เพิ่มจำนวนคนเข้าดูมากเท่าไร ก็มีโอกาสปิดยอดขายได้มากขึ้นเท่านั้น … เมื่อรู้ข้อดีของการติดอันดับต้นๆ แล้วและเริ่มอยากทำ SEO ขึ้นมาบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่าควรจะเลือกคีย์เวิร์ดอะไรเพื่อทำให้คนค้นหามาเจอสินค้าของเรา ถ้าเขียนคอนเทนต์เองไม่เป็น สามารถจ้างบริษัทรับทำบทความเพื่อการตลาดออนไลน์ได้ แต่ต้องใช้บทความแนวไหนบ้าง จะโฆษณาขายของอย่างเดียว หรือเสริมคอนเทนต์ทั่วไปที่ลูกค้าสนใจอ่าน จะแบ่งสัดส่วนบทความทั้งสองแบบอย่างไร คำถามสุดท้ายสำคัญที่สุดคือจะเลือกคีย์เวิร์ดอย่างไร ในเมื่อมีคีย์เวิร์ดหลายตัวมากให้เลือกทำและควรใส่คีย์ในบทความปริมาณเท่าใด ใส่คีย์เวิร์ดกี่ครั้งจึงจะเหมาะสม

คำตอบและการวางแผนของเหล่า SEO

ก่อนอื่นเราต้องวางแผนโครงสร้างเว็บไซต์ในส่วนของคอนเทนต์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แบบหลัก คือ 1.รายละเอียดของสินค้าและบริการ 2.ความรู้ทั่วไปที่เป็นประโยชน์ 3.เนื้อหาที่แฝงโฆษณาจูงใจ โดย 2 แบบแรกจะเน้นประมาณ 80% ของคอนเทนต์ทั้งหมดที่มีอยู่ในเว็บไซต์ ส่วนโฆษณาขายของเป็นส่วนที่เหลือ 20% สำหรับการทำ SEO เราเลือกใส่คีย์เวิร์ดที่เป็นหัวใจหลักของสินค้า โดยจะมีคีย์หลักและคีย์รองลดหลั่นไปตามลำดับ เช่น ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวประเภทหม้อสุกี้ , เตาย่างบาบีคิว , กระทะไฟฟ้า , เตาปิ้งย่าง , หม้อหุงข้าว , หม้อนึ่ง เริ่มจากคีย์เวิร์ดหลักคือ ‘เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว’ จากนั้นจะขยายความเป็นคีย์เวิร์ดรอง เช่น “เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว หม้อสุกี้” หรือ “เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เตาย่างบาบีคิว” อาจจะตามด้วยคีย์เวิร์ดอื่นๆ อย่าง “หม้อนึ่ง ตัดไฟอัตโนมัติ” หรือ “เตาย่างอเนกประสงค์ พร้อมหม้อสุกี้” เป็นคีย์เวิร์ดที่โยงใยคำค้นหาของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมาจับคู่กับสินค้าของเราโดยตรง ส่งผลให้ลูกค้าคลิกเข้าหาเว็บไซต์ขายสินค้าของเรามากกว่าเว็บอื่นๆ

ปัญหาของการทำคอนเทนต์ใส่ในเว็บไซต์ คือ เลือกจับคีย์เวิร์ดตัวใดตัวหนึ่งมาใส่ ขอเพียงให้ตรงกับสินค้าและบริการโดยไม่ได้คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายว่าต้องการอะไรกันแน่ ทำให้ผู้ที่เข้ามาอ่านไม่ได้สิ่งที่คาดหวังจากคอนเทนต์ เจออย่างนี้บ่อยๆ ก็ไม่กลับมาอ่านซ้ำอีก แม้เราจะอัพเดทบทความบ่อยแค่ไหนก็ตาม จึงเป็นหน้าที่ของเว็บขายของซึ่งจ่ายเงินซื้อคอนเทนต์และจ้างทำ SEO ไปแล้วต้องใช้ให้คุ้มค่า อย่างน้อยควรแจ้งรายละเอียดเพื่อตีกรอบเนื้อหาบทความที่ต้องการอย่างชัดเจน ทำให้การเขียนบทความอ้างอิงไปยังตัวสินค้าได้ถูกต้อง แทรกคำคีย์เวิร์ดเข้าไปอย่างแนบเนียน จำนวน 2-4 คำ ต่อบทความ วางแผนใส่แบบกระจายในเนื้อหา ทำให้คนหาเว็บไซต์ของเราได้ง่ายขึ้น

การใส่คียเวิร์ด SEO

ความจริงแล้วไม่ใช่วิธีการยากเย็นอะไรสำหรับผู้ที่เขียนบทความทำ SEO เป็นประจำ แต่การแข่งขันในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ต้องเพิ่มศักยภาพของตัวเองให้ไปไกลจากคู่แข่งมากที่สุด เทคนิคง่ายๆ คือเข้าไปสำรวจตลาดว่าคู่แข่งมีดีอย่างไร เราต้องทำให้เหนือกว่าและต้องทำตามแผนที่วางเอาไว้โดยจะต้องมีการปรับตัวให้ทันโลกตลอดเวลาด้วย เรามีดีอะไร ทำให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับออกแบบเว็บให้ใช้งานง่าย เนื้อหากระชับพอดีและโหลดเร็วบนมือถือ เพราะเราไม่ได้ต้องการแค่อยู่รอดเท่านั้น ต้องมีกำไรให้ต่อยอดไปข้างหน้าด้วย จึงจะถึงเป้าหมายความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจ ทำให้ดีสุดกำลังไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวิกฤตหรือโอกาสก็ตาม

นับวัน การสู้กับอัลกอริทึ่มตัวใหม่เริ่มยากขึ้น

ยากขึ้น

เรารู้กันดีว่า ปัจจุบันอันกอริทึมที่ Google ได้นำมาใช้ มันสามารถเรียนรู้และปรับเปลี่ยนกลไกคะแนนต่างๆได้ด้วยตัวมันเองในระดับหนึ่ง หรืออาจจะสามารถปรับเปลี่ยนได้ทั้งหมดผู้เขียนก็ไม่แน่ใจนัก รู้แค่ว่ามันสามารถเรียนรู้ปรับปรุงได้จากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้โดยรวม และนำมาลดค่าคะแนนบางส่วน เพิ่มบางส่วน ในการจัดอันดับของผลการค้นหาได้เองภายใต้ Search Engine ของ Google ทำให้นักทำ SEO ที่เคยยึดติดกับวิธีใดวิธีหนึ่ง อาจจะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป ในเมื่อมันมีการสวิงขึ้นลงไปมามันไม่สามารถทำอันดับนิ่งคงที่อยู่ได้

เราอาจจะฟลุ๊คโชคดีเว็บไซต์ไปติดอันดับแรกของผลการค้นหาใน Keyword ที่มีการแข่งขันสูง เราก็เลยเข้าใจว่าเรานี้เก่ง SEO ตัวจริง แต่แท้จริงเมื่อเวลาผ่านไปสักอาทิตย์หนึ่ง อันดับเว็บไซต์กับร่วงหาย เราจะตอบไปว่าอย่างไร… ? คำตอบก็คือจริงๆแล้วไม่มีใครหรอกที่สามารถเข้าใจกลไกการจัดอันดับเว็บไปได้ตลอด การทำ SEO ให้ยั่งยืนนั้น จะต้องเรียนรู้ ฝักใฝ่หาข้อมูล ทดลองอยู่สม่ำเสมอ เพราะอันกอริทึ่มมันปรับตลอดโดยไม่บอกเรา การที่เราจะมารอข่าวจากเว็บต่างประเทศแล้วค่อยปรับเปลี่ยนนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก อาจจะเสียเวลาทำเงินไปเยอะพอสมควร

ทดลองปรับแต่งด้วยตัวเองคงดีกว่า

ปรับแต่งเอง

จะดีกว่าถ้าเรารู้จักจับผิดว่าส่วนไหนที่ Google มีการปรับปรุงครั้งล่าสุด แล้วดูโดยรวมมันให้คะแนนสำคัญกว่าส่วนอื่น อย่างก่อนหน้านี้ แบคลิงค์ถูกลดความสำคัญลง คะแนนโซเชียลถูกให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น และถัดมาก็ได้ให้ความสำคัญกับปริมาณผู้ใช้มากกว่า หากผู้ใช้มีการอยู่ในเว็บไซต์ในระยะยาวขึ้น ไม่ได้เปิดมาแล้วปิดทิ้งทันที แบบนี้อันดับจะดีขึ้น แต่ปัจจุบันก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนกลไกเหล่านี้ไปอีก ของเหล่านี้ไม่มีใครมาตอบเราได้นอกจากผู้ให้บริการเจ้าของตัวจริงอย่าง Google เพียงผู้เดียว แต่เขาก็ไม่มาบอกเราหรอก เราจึงต้องหัดอ่านใจอัลกอริทึ่มและศึกษา รู้จักสังเกต ทดลอง นี่คือวงจรชีวิตของเรานักทำ SEO ที่จะสามารถขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดและอยู่ในวงการนี้ได้อย่างยั่งยืน เรียนรู้และทดลองเท่านั้น ที่จะตอบโจทย์ได้ว่าปัจจุบันการทำรูปแบบไหนถึงจะได้ผลมากที่สุดในการทำอันดับเว็บ

แหล่งเรียนรู้ฟรีมีเยอะ อย่าพึ่งเสียเงินซื้อคอร์ส

seo

คนมีตังค์เอะอะไรก็จะซื้อนู่นซื้อนี่ ทั้งข้าวของใช้ที่ชื่นชอบรวมไปถึงแหล่งความรู้ออนไลน์ต่างๆ ซึ่งแท้จริงนั้นโลกออนไลน์ในยุคปัจจุบันมันไม่จำเป็นจะต้องเสียงเงินเสมอไป ของที่เป็นคอร์สราคาแพงอาจสู้ขอฟรีที่ดูบน YouTube ยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ในการศึกษา SEO นั้นทั้งในรูปแบบวิดีโอและเนื้อหา เราสามารถหาแหล่งความรู้ฟรีได้จากเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งเว็บไซต์เหล่านั้นมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อยู่ที่ว่าเราจะชื่นชอบเว็บไซต์ไหนเป็นหลัก

อย่างถ้าให้ผู้เขียนแนะนำจะขอแนะนำเว็บไซต์ MOZ.COM เว็บไซต์นี้ เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการ analytics วิเคราะห์ข้อมูลภายในของเว็บในรูปแบบของ offpage เป็นหลัก และยังมีเครื่องมืออีกหลากหลายชนิดด้วย นอกจากนี้ยังมีกูรูที่คอยทดสอบ seo อยู่อย่างสม่ำเสมอ ได้นำแนวทางที่ตัวเองทำมาแจกจ่ายแบ่งปันแก่สมาชิกที่ได้ติดตามข่าวสารผ่านหน้าเว็บไซต์ของเขา ส่วนเว็บของไทยนั้นจะมีอยู่หลายเว็บก็ต้องลองเลือกเอาดู

เราจะเชื่อว่าได้ผล ต้องลองทดสอบเอง

seo ทดสอบเอง

ไม่ว่าจะเป็นแหล่งไหนความรู้ใด เมื่อเราได้ลองศึกษาแล้ว เราอย่าพึ่งปักใจเชื่อ 100% เพราะจำไว้ว่าหลักการทำงานของ seo นั้น ไม่ว่าจะทำขึ้นตรงกับผู้ให้บริการเสร็จเอ็นจิ้นใด Google Yahoo Bing หรือ Baidu ก็ไม่มีใครที่สามารถรู้กลไกการจัดอันดับแต่อย่างแท้จริง ทุกอย่างเป็นเพียงการทดสอบ ทดลอง และมองหาความเป็นไปได้มากที่สุดเพียงแค่นั้น เราจึงควรนำข้อที่เราคิดว่ามันน่าจะได้ผลมาทดสอบดูอีกทีนึง

ถ้าเคสไหนมันได้ผลจริง ก็จงเลือกวิธีนั้นโน้ตไว้ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยการทำอันดับของ seo สะสมและเรียนรู้จากของฟรีเรานี้ เราอาจจะเก่งกว่าคนที่มีตังแล้วเอาแต่นั่งเรียนอย่างเดียวโดยปักใจเชื่อคอร์สที่เค้าสอนมา แต่ขาดการทดลองทำด้วยตัวเอง ของจริงที่จะเก่งได้ต้องทดลองแต่เจอปัญหาด้วยตัวเองเท่านั้น

หลักการพื้นฐาน ที่คนทำเว็บจำเป็นต้องรู้

เรื่องที่คนทำเว็บควรรู้ไว้

ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด สำหรับการทำ SEO แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินไปถ้ามีความพยายาม ซึ่งในการทำ SEO จำเป็นอย่างมากที่จะต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเป็นไปไม่ได้เลยถ้าจะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับ หรือติดหน้าแรกใน Google และไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับความคิดเกี่ยวกับ SEO ต้องอาศัยโชค หรือดวงช่วย รู้หรือไม่ว่า…การทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จนั้นจะต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ หลักการ โดยที่ผู้ทำจะต้องเรียนรู้เอง ฝึกหัด และศึกษารูปแบบ แนวความต้องการ ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่มั้ยล่ะ ที่จะทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ ติเรท หรือหน้าแรกใน Google ได้ วันนี้มีหลักการพื้นฐานที่จำเป็นต้องรู้มาฝากกัน

  1. On-Page SEO จุดนี้บอกได้เลยว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในการทำ SEO ไม่ว่าจะเป็น เนื้อหาในเพจ ชื่อเพจ ลิงค์ หรือแม้กระทั่ง H1H2 จะต้องมีการปรับแต่ง ไปตามทิศทางและมีรูปแบบที่น่าสนใจ ซึ่งจะต้องอาศัยทักษะและความรู้
  2. Links สำหรับ Link เปรียบได้เหมือนกับประตู ที่คอยเชื่อม ทั้งในส่วนภายในตัวเว็บและภายนอกสิ่งที่สำคัญอันดับแรกเลยคือ คุณเองจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าอะไรเป็น ลิงค์คุณภาพ อะไรเป็น สแปมลิงค์
  3. Keyword Research สำหรับตัว Keyword เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ วันนี้คุณไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญ วิธีการเลือกนั้นจะต้องทราบว่า อะไรดีและเป็นที่นิยมสำหรับกลุ่มคนส่วนใหญ่
  4. Local SEO เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยจะมีการโฟกัสตามสถานที่ สิ่งเหล่านี้ล่ะที่จะทำให้ผลการค้นหามีความแตกต่างกันออกไป เช่น การแสดงแผนที่เป็นต้น โดยสิ่งเหล่านี้มีประโยชน์สำหรับการทำ SEO เป็นอย่างมาก
  5. Mobile SEO กำลังเป็นกระแสนิยมอย่างมาก ซึ่งผู้ที่จะทำ SEO จะต้องหันมาให้ความสนใจในการค้นหาข้อมูลแบบ Smartphone และ Desktop เพิ่มขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานบนถือ
  6. Marketing รู้หรือไม่ว่า SEO เป็นส่วนหนึ่งของการตลาด ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องศึกษาและให้ความสนใจ รอบรู้เรื่องการตลาดมากขึ้น ร้อยทั้งร้อย คนที่ประสบความสำเร็จใน SEO เป็นคนที่เข้าใจเรื่องการตลาดเป็นอย่างดี
  7. Content Marketing เป็นปัจจัยที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จบนโลก ออนไลน์ ที่ผู้ทำ SEO จะต้องรังสรรค์เนื้อหาที่มีคุณภาพ เพื่อที่จำสร้างความจดจำแก่ผู้คน อาจมาในรูปแบบของวีดีโอ บทความ หรือรูปภาพ

จากที่ได้กล่าวมานั้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากๆ สำหรับคนทำ SEO จำเป็นต้องรู้และต้องศึกษาเพิ่มเติม เพื่อเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บของเรา ในปัจจุบันนี้มีอิทธิพลมากขึ้นทุกวัน ดังนั้นคุณเองจะต้องทำ SEO ควบคู่ไปกับ Social Media ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยสุดเก่งที่จะพาคุณพบกับคำว่าประสบความสำเร็จในการทำ SEO

แนะนำกลยุทธ์การทำ SEO สิ่งใดควรทำหรือหลีกเลี่ยง

กลยุทธ์ที่ดีและแย่ของ SEO

การสร้างเว็บไซต์เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลกิจการของคุณ รายละเอียดของสินค้าและบริการ พร้อมช่องทางสื่อสารกับลูกค้าเป้าหมายเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการตรงจุดที่สุด การจัดทำเนื้อหาที่น่าสนใจและอัพเดทข้อมูลสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยให้ชื่อเว็บไซต์ปรากฏในลำดับแรกๆ ของกูเกิล เรียกกันว่า Search Engine Optimization (SEO) หมายถึงเวลาลูกค้าพิมพ์คำค้นหาในกูเกิล ชื่อเว็บของคุณจะแสดงลิงก์อยู่ในหน้าแรกๆ นับเป็นวิธีการการันตีความน่าเชื่อถือ ตลอดจนคุณภาพและประสิทธิภาพของเว็บไซต์ได้อีกทางหนึ่ง

การทำ SEO มีหลายข้อที่ควรทำและหลีกเลี่ยงดังนี้

1.การเขียนเนื้อหาบทความให้แตกต่าง โดยนำเสนอจุดเด่นของสินค้าและบริการที่เหนือกว่าหรือมีความแตกต่างจากคู่แข่งจะทำให้เกิดจุดเด่นของเว็บไซต์ แต่แน่นอนว่าในไม่ช้าจะเกิดการเลียนแบบตามมา เนื้อหาที่แตกต่างอย่างเดียวใช้เป็นกลยุทธ์เดี่ยวๆ ไม่ได้ผล ข้อนี้แก้ไขได้โดยการสื่อสารกับลูกค้าว่าสนใจอะไรเป็นพิเศษ เพื่อที่จะนำเสนอให้เหมาะกับความต้องการมากที่สุด เมื่อมีสินค้าและบริการที่โดนใจอย่างนี้ ไม่เพียงทำให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายง่ายขึ้นเท่านั้น ยังจะแวะเวียนเข้ามาในเว็บอย่างต่อเนื่อง

2.การทำ SEO มักจะใช้คีย์เวิร์ดเพื่อช่วยในการค้นหา ซึ่งมีผลทำให้ติดอันดับ SEO แต่การใช้คำซ้ำซากและถี่ๆ เกิดไปไม่เกิดผลดีในด้านการสื่อสารข้อความ ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำมากเกินไป แทนที่จะได้ผลดีกลับกลายเป็นสแปมไปได้ ในแต่ละบทความจะใช้เพียง 2-4 คำ ข้อสำคัญคือต้องวางตำแหน่งที่เหมาะสม การใช้คำมีความหมายกลมกลืนกับเนื้อหาอย่างแนบเนียน ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ เนื้อน่าอ่านและน่าติดตามสม่ำเสมอ เรียกว่าต้องพัฒนาในส่วนของบทความให้เพิ่มเติมความรู้มากขึ้นและน่าเชื่อถือด้วย จึงจะทำให้เว็บไซต์มีอันดับที่ดีขึ้นได้

SEO Backlinks

3.การเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอก ทำให้มีลิงก์เข้ามาจำนวนมาก เป็นหนึ่งในเทคนิกผลักดันเว็บไซต์ให้ขึ้นติดอับดับการค้นหาเร็วมากขึ้น แต่การใส่ลิงก์ที่มากเกินไป โดยเฉพาะลิงก์ที่มีเนื้อหาไม่สอดคล้องกับเว็บไซต์ ลิงก์ที่ไม่มีคุณภาพเข้ามาแลกเปลี่ยนกันหรือแม้แต่การซื้อขายลิงก์ นอกจากจะไม่เกิดผลดีแล้ว ยังอาจส่งผลเสียให้อันดับในกูเกิลตกต่ำไปด้วย รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการสร้าง Backlinks ที่นำบทความไปโพสต์ตามเว็บต่างๆ ให้ลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์ของตัวเอง อาจดึงคนเข้าเว็บไซต์เรามากในช่วงแรก แต่ไม่มีประสิทธิภาพในระยะยาว ทั้งยังไม่เกิดผลดีต่อการทำ SEO แต่อย่างใด

สรุปได้ว่าการทำ SEO ยังต้องอาศัยทักษะการเขียนบทความให้เนื้อหามีคุณภาพและน่าสนใจดึงดูดลูกค้าเป้าหมายให้เห็นคุณค่าและมาติดตามอ่านอย่างต่อเนื่อง เพราะคุณภาพสำคัญกว่าปริมาณเสมอ สำหรับการลิงก์เว็บอื่นๆ เข้ามาควรจะพิจารณาที่ความเกี่ยวข้อง มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือก่อน ทำให้ภาพรวมของเว็บไซต์เป็นที่ยอมรับและการทำ SEO จะไม่เสียแรงเปล่า สามารถไต่สู่อันดับแรกสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เคล็ดลับการสร้างลิงค์ สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา

Link Building ที่ดีเป็นอย่างไร ?

ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO และเว็บมาสเตอร์เกือบทุกคนแทบจะทรุดตัวลงที่แป้นพิมพ์ของตัวเองในช่วงที่มีการอัปเดตของ Penguin และ Panda ของ Google ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO เชื่อว่า “การสร้างแบ็คลิงค์ตายแล้ว … ” และนี่เป็นความกังวลอย่างมาก อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว เว็บมาสเตอร์และผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ก็ปรับเปลี่ยนไปตามความเปลี่ยนแปลง ความกลัวก็เกี่ยวข้องกับการสร้างแบ็คลิงก์สำหรับ (SEO) Search Engine Optimization ในความเป็นจริงนั้นเป็นการกลัวที่เกินจริง การทำแบ็คลิงค์ (Link Building) ยังคงควรทำต่อไปเนื่องจากเป็นส่วนสำคัญของ Search Engine Optimization หรือเครื่องมือค้นหาซึ่งทั้งหมดจะถูกขับเคลื่อนด้วยลิงก์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้วิธีการเดิมๆแล้วจะได้ผลดีเพราะมีวิธีบางอย่างที่ควรยกเลิกทันที

1. Cross Linking หรือ Link Exchanges กับเว็บไซต์อื่นๆ โดยเฉพาะที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับเนื้อหา
2. ไม่แนะนำให้วางลิงก์ไปยังเว็บไซต์ในไดเรกทอรีที่มีค่าต่ำเนื่องจากไดเรกทอรี่ออนไลน์ส่วนใหญ่ไม่ใช่เว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ควรตรวจสอบว่ามีความเหมาะสมและเกี่ยวข้องกับธุรกิจ อุตสาหกรรมและ / หรือที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ
3. Guest Blogging หรือ Guest Posting แม้จะเป็นวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO แนะนำ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำแล้วได้ผลดีเสมอไป โดยเฉพาการใส่ Keyword หรือคำหลักจำนวนมากเกินไป(Spam Kewyword) รวมถึงเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพลิงก์ที่ได้ก็จะไม่เป็นผลดีด้วย

Link ที่มีประสิทธิภาพ

4 เคล็ดลับในการสร้างกลยุทธ์การสร้างเว็บไซต์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ด้านบนได้พูดถึงการสร้างลิงก์ที่ไม่มีคุณภาพไปแล้วสำหรับ Google และต่อไปนี้คือหลักการพื้นฐาน 4 ประการซึ่งจะทำให้ลิงก์ของคุณเป็นแคมเปญ SEO ที่ประสบความสำเร็จที่สุด

1. การสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพสูงมีความสำคัญ

เนื้อหาที่มีคุณภาพสูงให้คุณค่ากับผู้ที่เข้าชม ดังนั้นคุณจะได้ลิงก์คุณภาพตามธรรมชาติ /หรือออแกนิค ที่เป็นมิตรและเป็นที่ยอมรับของ Google นอกจากนี้ยังจะพัฒนาเรื่องของ “Link Earnings” ถ้าคุณทำเนื้อหาที่มีคุณภาพและน่าสนใจ ในที่สุดเว็บไซต์ของคุณจะได้รับการยอมรับและการสร้างลิงก์ของคุณจะเข้าสู่โหมด Autopilot

2. ลิงก์ที่ได้ควรต้องมาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเหมือนหรือใกล้เคียงกัน

เช่น หากคุณมีเว็บไซต์ที่ให้บริการทำความสะอาดก็ควรได้แบ็คลิงก์ที่เชื่อมโยงมาจากเว็บไซต์อุปกรณ์ทำความสะอาดด้วยเช่นกัน Google จะรู้สึกดีมากกว่ามีการเชื่อมโยงมาจากเว็บไซต์ที่ขายเครื่องมือทางการแพทย์

3. คุณภาพเหนือปริมาณ

จำไว้เสมอว่าแบ็คลิงก์จากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพที่มีจำนวนน้อยมีคุณค่ามากกว่าการได้ลิงก์จำนวนมากจากเว็บไซต์สแปมที่มีคุณภาพต่ำ

4. การลงทุนด้านสื่อสังคม เครือข่ายโซเชียลมีเดีย

แพลตฟอร์มมีความสำคัญมากกว่าที่เคย แม้ว่า Facebook จะไม่อาจเรียกว่าเป็นแบ็คลิงก์ แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเผยแพร่บทความของคุณ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการมองเห็นแบรนด์ของคุณและนำผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ของคุณ เนื้อหาที่แชร์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจะช่วยเพิ่มและเพิ่มการมองเห็นของเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี โดยแนะนำให้ใช้เครื่องมือเช่น HootSuite หรือ Buffer เพื่อที่คุณจะสามารถกำหนดการโพสต์บน Social Media ไว้ล่วงหน้าได้