หมดยุคของการใช้สูตรสำเร็จในการทำ SEO

Search Engine World

ในช่วงพุธศักราชปี 2553 หรือประมาณ 6-7 ปีมาแล้ว ในสมัยนั้น Google ยังคงครองอันดับหนึ่งของเสิร์ชเอนจินแต่ก็ยังมีคู่แข่งเข้ามาทัดเทียมอยู่เยอะจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Yahoo Bing ซึ่งสมัยนั้นก็จะถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก แล้วก็ Baidu ยังได้รับความนิยมในไทยด้วยเช่นเดียวกัน

แต่ปัจจุบันคนเล่นในไทยนั้นนิยมค้นหาข้อมูลผ่าน Google เป็นหลัก เพราะแอพพลิเคชั่นบนมือถือรุ่นใหม่ๆของที่เป็นระบบแอนดรอย จะมี browser ที่เวลาเราพิมพ์อะไรเข้าไปจะเป็นการค้นหา Google โดยทันทีในกรีที่ไม่ได้พิมพ์ชื่อเว็บโดยตรง เป็นความสะดวกสบายและทำให้ Google ได้กินมาร์เก็ตแชร์ของตลาดไปเยอะ จุดเปลี่ยนของการนำ SEO ในยุคนี้นั่นก็คือมันไม่ได้ใช้สูตรตายตัวแล้วทำอันดับง่ายเหมือนเมื่อก่อนนั้น ถือว่าเป็นไปได้ยากแล้วตั้งแต่ซีอีโอคนใหม่เปลี่ยนเข้ามา

ทำ SEO ต้องวิเคราะห์รอบด้าน

สูตรตายตัวสมัยเก่า เราทำอะไรกัน ?

ไม่ว่าจะเป็นการใช้ PBN จำนวนมากเพื่อวัดจำนวนลิงค์คุณภาพกับคู่แข่ง หากเป็นเมื่อก่อนถ้าเกิดว่า PBN ของเรามีจำนวนมากกว่า มีลิ้งเข้าเว็บเยอะกว่า คีย์ ดูบอลสด ผลบอล พนัน ที่ว่าโหดๆ ถ้าทำลิ้งเยอะกว่าในแนวเดิมนี้ เราก็มักจะเป็นผู้ชนะแซงอันดับคู่แข่งไปในที่สุด แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่ เว็บไซต์ที่ติดอันดับมาใน Top 1-3 บางเว็บไซต์แทบจะไม่มีลิ้งข้าวเลย จุดนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ว่าทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น นัก SEO หลายคนก็พยายามหาคำตอบ บางคนรู้แล้วเก็บเป็นความลับ บางคนไม่รู้แต่ดันมาเผยแพร่ในวิธีมันยิ่งทำให้คนใหม่อ่านแล้วงงไปกันใหญ่

ดังนั้น สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้ก็คือการทดลองอย่างต่อเนื่องเช่นเคย แต่จากสถิติแล้วเราควรจะหว่านคำค้นหาด้วยเพราะในเมื่อเราไม่สามารถโฟกัสได้ 90-99 เปอร์เซ็นต์ได้เหมือนมาก่อน เมื่อเปรียบเกี่ยวกับจำนวนที่เราลงทุนทำไป เราก็ควรจะหาพวกคีย์รองควบคู่ เพื่อให้เว็บเราดูดีขึ้น ย่อมดีกว่าการทำหน้าเว็บไซต์เดี่ยวๆ ยิงหน้าเดียวเน้นเหมือนเมื่อก่อนเป็นหลัก ดังนั้น ใครที่ทันเกมส์ ทันโลก ทันวงการ SEO ก็จะเป็นผู้ที่สามารถอยู่รอดต่อไปได้

หากใครไม่ทันเกมส์ก็อาจจะต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด มาเรียนรู้การทำเอสอีโอไปกับพวกเรา หมดยุคแล้วของการทำสูตรสำเร็จ ยุคนี้ต้องทดสอบทดลองและหาคำตอบด้วยตัวเอง มากกว่าการมาเพิ่งสูตรสำเร็จของเซียนทำ SEO คนอื่นที่พูดแล้วกลับทำเองได้บ้างไม่ได้บ้าง

การแข่งขันเอสอีโอช่วงนี้บางตาลงไปเยอะ เพราะอะไรกันหนอ… ?

คนค้นหา Google น้อยลง

การทำอันดับในเว็บ Search Engine ช่วงเวลานี้ถือว่ามีคู่แข่งน้อยลงนิดหน่อย อาจเป็นเพราะกระแสของการเล่นแอพบนมือถือมีเพิ่มมากขึ้น หลายเว็บไซต์ที่มีขนาดใหญ่เริ่มหันไปสร้างแอพพลิเคชั่นประจำเว็บส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเว็บไทยรัฐหรือสนุก หรือแม้แต่พวกเว็บซื้อขายคอนโดรายใหญ่ต่างๆ ก็มีแอพลิเคชั่นสำหรับความสะดวกรวดเร็วในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นที่เรียบร้อย แล้วจุดเด่นของแอพพลิเคชั่นก็คือความสะดวกสบาย ดูได้ทุกที่ไม่ยุ่งยากเหมือนกันดูเว็บไซต์ที่จะต้องออกแบบหน้าตาให้รองรับมือถือ รวมไปถึงเมนูที่อาจจะมีการถูกจัดวางซ่อนในหน้าต่างหากดข้าชมผ่านบนมือถือ

อย่างไรก็ดี ปริมาณการค้นหาบนเสิร์จเอ็นจิ้นก็ไม่ได้ถือว่าลดลงอย่างน่าเกลียดออาจจะลดลงจากเดิมแค่ 10% ถึง 20% เท่านั้น เป็นสัญญาณที่จะบอกว่าพฤติกรรมของผู้ใช้งานเริ่มไปจะหันไปหาแอพพลิเคชั่นมากขึ้น มากกว่าการจะนั่งพิมพ์ชื่อเว็บไซต์เพื่อเข้าไปสืบค้นข้อมูล แน่นอนว่าในอนาคตก็จะมีปริมาณคนค้นหาลดลงกว่านี้ แต่ปัจจุบันการทำอันดับบนเว็บไซต์ที่ให้บริการ สืบค้นข้อมูลก็ยังเป็นที่นิยมกันอยู่มาก สังเกตุได้จากอันดับของเว็บไซต์ที่หนึ่งของโลกที่มีปริมาณคนใช้งานมากที่สุดก็ยังคงเป็น Google.com อยู่ดี และในบางกลุ่มคำค้นหา ก็อาจจะมีแนวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน พวกคีย์ ผลบอลสด ดูบอลออนไลน์ FIFA55 และอีกบางคีย์ในกลุ่มกีฬาฟุตบอล ที่เป็นแบบนี้เพราะคนเริ่มนิมยมดูบอลสด เช็คผลบอลสดกันมากขึ้น ไม่ค่อยนิยมดูผ่านเคเบิล TV เหมือนแต่ก่อน ทำให้ทั้งคีย์เกี่ยวกับดูบอล ผลบอล และพวกคีย์เวิร์ดชื่อเว็บพนันบอลที่เข้าไปโฆษณาตามเว็บมีการค้นหาเพิ่มขึ้นนั่นเอง

Social

Social มีบทบาทสำคัญมากขึ้น

ส่วนที่ตามมาก็จะเป็นพวกกลุ่มโซเชียลอาทิ YouTube Facebook หรือ Twitter เป็นต้น สังคมโซเชียลมีความจำเป็น แต่การสืบค้นหาข้อมูลก็มีความจำเป็นมากกว่า ต่อไปนี้ใคร จะทำแบบแนวไหนก็อย่าลืมดูกระแสและแนวโน้มของกลุ่มตลาดนั้นด้วย แน่นอนว่าในเวลานี้การแข่งขัน SEO มีบางตาลงไปนิดหน่อย ในทางกลับกัน ก็ย่อมเป็นโอกาสที่เราจะทดลองทำ Keywords แข่งขันสูง สำหรับคนที่ยังไม่เคยทดลอง Keywords ในกลุ่มนี้บางทีอาจจะจับมือรวยได้รวดเร็วก่อนที่กระแสเว็บที่ให้บริการค้นหาจะดับลงกว่านี้ เล่น Keywords รอง ทำแล้วไม่รวยสักที ต้องลองของใหญ่ดูบ้าง

ถ้าจะให้ดีเราควรหาคำค้นหากระแสและจับมือลองทดลองทำไปดู โดยเฉพาะพวกชื่อแบรนด์สินค้าใหม่ กลุ่มนี้เซียนในวงการจะไม่ค่อยนิยมเข้ามาสอดแทรกสักเท่าไหร่เพราะเค้ารู้ว่าแนวโน้มมันจะมาแค่ช่วงเดียว แต่ในทางกลับกัน แม้จะเป็นช่วงสั้นๆก็ยังสามารถทำเงินได้ เหมาะแก่คนที่อยากลองวิชาว่าตัวเองเก่งแค่ไหนแล้วในการทำอันดับเว็บไซต์ จำไว้เสมอว่างานทุกรูปแบบก็มีเรื่องของโอกาสแฝงอยู่ในนั้น อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นมันหรือเปล่า เวลานี้กระแสการทำอันดับเริ่มลดลง คนที่มองเห็นก็จะคิดว่าก็เป็นข้อดีเพราะคู่แข่งก็เริ่มบางตาลงไปด้วย แต่คนที่มีอคติเยอะ ประสบความสำเร็จยาก ก็มักจะเห็นปริมาณคนค้นหาว่าเป็นปัญหาว่าเราไม่ควรเข้าไปทำเพราะคนค้นหาน้อยลง คนกลุ่มหลังนี้ โอกาสที่จะเติบโตและรวยเป็นไปได้ยากมาก

เล่น keywords รองแทน keywords หลัก ลดความเหนื่อย SEO

Keywords

ปี 2017 การจะเล่น Keywords หลักเป็นอะไรที่ยุ่งยากมากไม่เหมือนสมัยปี 2014 ที่เราสามารถใช้ PBN ส่วนตัวดันอันดับได้อย่างง่ายดาย หรือในช่วงปลายปี 2015 ก็เช่นเดียวกันที่มีโปรแกรมสแปมลิงค์อย่าง GSA ช่วยในการทำอันดับได้อย่างรวดเร็ว ในยุคนั้นนักทำ SEO หลายคนกวาดเงินไปได้จำนวนมากโดยเทคนิค Blackhat แต่ก็แน่นอนว่าแต่ละช่วงการก็เลยทิมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แบบในช่วงปลายปี 2016 ถึงปี 2017 มานี้ การดันอันดับด้วยการสแปมลิงค์แทบจะไม่เห็นผล มีแต่เสียงเงินและเสียเวลาเปล่า การจัดอันดับในปัจจุบันเรามักจะเน้นกันที่สร้างทราฟฟิกให้กับเว็บไซต์ หวังผลจากคีย์เวิร์ดรองที่ทำลงไป อาจจะง่ายกว่าการเน้นหาแบคลิ้งค์คุณภาพเข้าแต่หน้าคีย์หลักเพียงอย่างเดียว ยิ่งเราทำ BL มากเท่าไหร่ โอกาสที่ เว็บไซต์จะเกิดการสวิงช่วงปรับเปลี่ยนอัลกอริทึ่มย่อมเป็นไปได้สูงมาก หากว่าเรามีการเน้นการสร้างเนื้อหาคอนเทนท์แล้วจ่อหัวเรื่องด้วยคำค้นหาย่อย อาจจะเป็นการสร้างฐานลูกค้าได้ดีกว่าในระยะยาวแถมไม่ต้องเสียเงินลงทุนเยอะด้วย ทีนี้ก็ต้องไปดูก่อนว่า keywords รองนั้นสามารถทำเงินให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากแค่ไหน

ยกตัวอย่างเช่น หากเราทำธุรกิจเกี่ยวกับขายบ้านหรือขายรถมือสอง การสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีดูแลสภาพรถมือสอง วิธีการเลือกหาซื้อรถมือสองที่ถูกต้อง บทความแบบนี้อาจจะเป็นผลดีและมีโอกาสที่ร้านค้าของเราจะเพิ่มยอดขายจากการขายรถได้ไม่ยากนัก เนื่องจากคอนเทนท์ที่เขียนลงไปมีความสัมพันธ์กับคีย์เวิร์ดที่สามารถทำเงินได้ กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาอ่านถือเป็นกลุ่มลูก ขาคนสำคัญการจะปิดยอดขายก็ย่อมทำได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ได้ต้องการซื้อรถอย่างแน่นอน

คีย์รองก็ต้องวิเคราะห์คู่แข่งเช่นกัน

ทีนี้ก็ต้องไปคัดกรองกันอีกในหน้าของผลการค้นหา หาก Keywords เป้าหมาย ที่หน้าแรกของผลการค้นหาไม่มีคู่แข่งเยอะจนเกินไป ไม่มีการทำ Onpage OffPage แบบจัดเต็มจนเราต้องรู้สึกเหนื่อย ก็แนะนำให้ทดลองทำดูก่อนว่าบทความที่เราเขียนลงไปนั้นสามารถไปขึ้นมาอยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหาได้มากน้อยแค่ไหน บางทีถ้าเขียนบทความดีอาจจะกระเด็นขึ้นมาติดท็อปห้าของผลการค้นหาเลยก็ได้ในคำค้นหาที่แทบจะไม่มีคู่แข่ง วิธีนี้ปัจจุบันนิยมทำกันมากเพราะหาทราฟฟิกเข้าเว็บได้ง่ายกว่าการลงทุนดัน SEO ในคีย์เวิร์ดหลักเพียงกี่อย่างเดียว หากใครสามารถแตกคำค้นหาได้เยอะ ก็มีโอกาสทำเงินเยอะไปด้วยเช่นกัน

วิเคราะห์คู่แข่ง SEO เดือนกันยายน 2016 จากหน้า SERP

SEO กันยายน 2016

หลังจากที่ทาง Google ได้มีการอัพเดทเนื้อหาบน webmasters.googleblog.com โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Widget Links ว่าจะทำการลดระดับความสำคัญลง ทำให้นักทำ SEO อย่างเราต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะที่ผ่านมา การสร้างลิงค์ในส่วนของ Widget ถือว่าช่วยให้เว็บไซต์มีอันดับดีพอสมควร วิธีการแก้ปัญหาที่น่าจะเป็นทางออกดีที่สุดเวลามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือเราควรจะไปวิเคราะห์เว็บไซต์ที่ติดอันดับหน้าแรกของผลการค้นหา หรือพูดง่ายๆคือดูเว็บจากหน้าแรกของ SERP นั่นเอง เหตุผลที่เราต้องมาวิเคราะห์กันที่นี่ เพราะมันเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่า เว็บไซต์ไหนยังคงมีอันดับเว็บที่ดีอยู่ ถึงแม้ว่า Search Engine จะมีการปรับเปลี่ยนการคำนวนอันดับไปแล้วก็ตาม นั่นแปลว่าเว็บไซต์ที่ติดอันดับเหล่านั้นมีการทำ SEO มาอย่างถูกต้อง คีย์เวิร์ดที่เราควรจะดูก็อาจจะเป็นคีย์เวิร์ดทำเงินของเราโดยตรง หรืออาจหาดูจากพวกคีย์พนัน พนันบอลออนไลน์ ก็ได้เช่นกัน เพราะถือเป็นคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขัน SEO ค่อนข้างสูง ถ้าเว็บไหนยังคงติดอันดับดีอยู่ ก็ลองเอาเว็บไซต์เหล่านั้นไป Spy ผ่านเครื่องมือวิเคราะห์ของ Ahrefs.com ก็ได้ จะได้ดูว่าเบื้องหลังของการทำ SEO Off Page เว็บไซต์เหล่านั้น ผ่านการทำอะไรมาบ้างถึงสามารถทนการเปลี่ยนแปลงตัวคำนวนอันดับของ Search Engine Google ได้

การเปลี่ยนแปลง SEO กันยายน 2016 ที่เห็นได้ชัด

หลังจากที่ผู้เขียนได้ทดลองส่องอันดับจาก SERP มาหลายคีย์เวิร์ด พบว่าเว็บไซต์ที่มีการติด Banner ตามเว็บใหญ่ๆ มักจะมีอันดับร่วงเยอะอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งตรงตามที่ Google ให้เขียนให้ข้อมูลไว้ในเรื่อง Widget Links หากเจ้าของเว็บไซต์ที่ไปติด Banner เหล่านั้นไม่ได้ติดตามข้อมูลวงการ SEO ก็คงจะไม่รู้ตัวว่าป่านนี้อันดับเว็บอาจหายวับไม่กลับมาแล้ว จนกว่าจะมีการแก้ไขโดยการติด Banner ในรูปแบบ Nofollow แทน (คือแบบที่บอท Search Engine ไม่ตามไปยังเว็บปลายทาง) นอกจากนี้ การเน้นคีย์เวิร์ดใดคีย์เวิร์ดหนึ่งเป็นลิงค์จำนวนมาก ก็อาจส่งผลกระทบได้เช่นกัน เราควรกระจายคำไปบ้าง อย่างเช่น หากเว็บไซต์เราทำเว็บเกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์ของค่าย “W88” เราอาจจะใช้คีย์เวิร์ดรองอย่าง “ทางเข้า W88” มาเป็นตัวถัวเฉลี่ยปนคีย์เวิร์ดหลัก เพื่อลดโอกาสที่อันดับเว็บไซต์จะร่วงหาย หลังจากที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว ก็อย่าลืมไปสำรวจเว็บไซต์ของตนเองด้วยว่าอันดับยังดีอยู่ไหม หรือร่วงหายไปหมดแล้ว ถ้าร่วงหายก็อย่าลืมแก้ไข หากไม่แก้ก็คงต้องรอวันที่ Google จะให้ความสำคัญเรื่อง Widget Links ต่อการทำ SEO อีกครั้ง ซึ่งคงจะนานแสนนานเลยทีเดียว

ขั้นตอนการเลือกตลาด SEO ให้เหมาะสมกับตัวเรา

เลือกตลาด SEO ให้ถูกวิธี

มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยในการหาคีย์เวิร์ดที่เราจะทำ SEO เพราะไม่ว่าอะไรก็ตามบนโลกใบนี้ มันก็สามารถนำมาเป็นคีย์เวิร์ดได้ทั้งหมด เช่น เสาไฟฟ้า พื้นปูน ทะเลทราย หรือแม้แต่ออกซิเจน มันสามารถเอามาทำเป็นคีย์เวิร์ดได้หมด การหาคีย์เวิร์ดมันก็แค่หยิบคำมาทำโดยไม่ได้ใส่ใจในผลลัพธ์ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการหาคีย์เวิร์ดคือ เราจะทำอย่างไรให้ถูกใจผู้ชมและสามารถสร้างรายได้กลับมายังตัวเราได้ ทีนี้ สำหรับคีย์เวิร์ดออกซิเจน ก้อนเมฆ อากาศ อะไรแบบนี้ คงทำเงินได้ไม่ง่ายสักเท่าไหร่ ไม่รู้จะขายอะไรให้ค้นที่ค้นหาคำว่าอากาศดี และอีกอย่างปริมาณค้นหาคงน้อยมากในแต่ละเดือน เราจึงต้องมานั่งถามใจของเราก่อนจะเริ่มลงมือทำสักหน่อยว่าคีย์เวิร์ดอะไรที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในใจได้บ้าง จะขอสรุปออกมาเป็นข้อๆดังต่อไปนี้

1.ทบทวนใจตนเองก่อนเริ่มลงมือทำ

เหตุผลที่เราต้องมาทบทวนอะไรหลายๆอย่างในความคิดของเราก่อนเริ่มทำ SEO เพราะมันมีความสำคัญที่สุด ถือเป็นกระบวนการแรกที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จจากการทำ SEO เราต้องดูความชอบของตัวเราเป็นอย่างแรกว่าเราชอบอะไรบ้าง ชอบเป็นพ่อค้าออนไลน์ ชอบให้บริการด้านบัญชี ชอบเป็นครูสอนให้ความรู้ผ่านโลกออนไลน์ เลือกมาสักอย่างนึงที่คิดว่าอยากทำให้มันประสบความสำเร็จให้ได้ในชีวิตนี้ ถัดมาคือสำรวจความถนัดในสิ่งเหล่านั้น ยกตัวอย่างเช่น หากเราเรียนจบบัญชีมา อยากรับทำงบบัญชีให้บริษัทต่างๆ เราก็สามารถทำได้ไม่ยาก เพราะเราชอบให้บริการด้านบัญชี แถมมีความถนัดอีกด้วยเพราะเรียนมาตรงสายนี้ หากเราทำในสิ่งที่เราถนัด ระยะเวลาที่จะถึงเป้าหมายก็จะใกล้กว่าการทำในสิ่งที่เราไม่ได้ถนัด

แต่ในทางกลับกัน หากเราดันชอบสิ่งที่ไม่ถนัด อย่างเช่นอยากเป็นนักเขียนโปรแกรมชื่อดังระดับโลก แต่เราเรียนจบ ป.6 เท่านั้น ถ้าถามว่าทำได้ไหม ตอบได้เลยว่าทำได้เหมือนกันหมดทุกคน แค่อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าคนที่ถนัด เพราะก่อนที่เราจะโด่งดังในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ช่วงแรกเราจำเป็นต้องเรียนรู้และทดลองทำสิ่งเหล่านั้นให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ หากใจของเราสู้เพื่อความสำเร็จ เรื่องความถนัดหรือไม่ถนัดย่อมไม่ใช่อุปสรรคของเราแน่นอน หากค้นพบสิ่งที่อยากจะทำแน่วแน่แล้วก็ไปขั้นตอนถัดไปเลย

2.สำรวจตลาด SEO

ข้อนี้สำคัญไม่แพ้เรื่องแรก หากสิ่งที่เราต้องการประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องทำ SEO ก็สามารถปิดหน้าเว็บนี้ไปได้เลย แต่หากคิดว่าเราอยาก SEO เพื่อเป็นตัวช่วยผลักดันให้เราถึงฝันได้ไวขึ้น เราจำเป็นต้องเรียนรู้ตลาดซะก่อน จากขั้นตอนที่ 1 เราได้ยกตัวอย่างว่าอยากเป็นนักเขียนโปรแกรมระดับโลก ทีนี้ เมื่อเราเขียนโปรแกรมเป็นจนชำนาญแล้ว ช่องการที่จะทำให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้นก็คือการรับเขียนโปรแกรม การสอนเขียนโปรแกรม หรือจัดคอร์สอบรมเกี่ยวกับภาษาเขียนโปรแกรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สฟรีหรือเสียเงินก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราเข้าใกล้ความสำเร็จได้มากขึ้น เมื่อเราได้คีย์เวิร์ดแต่ละคำมาแล้วก็เอามาสำรวจตลาดการแข่งขัน SEO ดูก่อนว่าคีย์เวิร์ดไหนสามารถทำเงินได้ ถ้าเราใช้คีย์เวิร์ดว่า “โปรแกรม” แบบนี้มันก็จะเข้าข่ายคำว่า “ก้อนเมฆ” ที่อธิบายไปตอนแรก คือมันมีปริมาณคนค้นหาน้อยและโอกาสที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จนั้นจะล่าช้าอย่างมากแน่นอน สู้เรามาหัดทำคีย์ “รับเขียนโปรแกรม” แบบนี้น่าจะทำให้ลูกค้ารู้จักเราได้ไวกว่า

แต่ก็แน่นอนว่าปริมาณคู่แข่งในตลาด SEO ก็จะเยอะขึ้นตามไปด้วย เราต้องหาคีย์เวิร์ดที่ช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้มาสัก 3-5 คำ แล้วเอาแต่ละคีย์เวิร์ดมาเปรียบเทียบคู่แข่ง อันไหนคู่แข่งน้อยที่สุดก็ทำอันนั้นก่อนเป็นอันดับแรก ความกดดันจะได้ไม่เยอะจนเราเครียดเกินไป หากเราเริ่มทำ SEO เก่งจนชำนาญแล้ว หรืออาจจ้างคนช่วยรับทำ SEO มาดูแลจนอันดับเว็บเราดีขึ้น ค่อยเขยิบไปคีย์เวิร์ดที่แข่งขันสูงกว่า ทำแบบนี้อย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ไวขึ้น

3.บริหารเรื่องลงทุนแรงและลงทุนเงินให้ดี

คำว่า SEO จะต้องมีการลงทุนเกิดขึ้น จะเป็นการลงแรงก็ดี หรือเป็นการลงเงินจ้างผู้ให้บริการรับทำ SEO ก็ดี ถึงแม้เราจะรู้ว่าเราชอบอะไรแล้ว เราเจอคีย์เวิร์ดที่สามารถจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้แล้ว สิ่งสุดท้ายที่สำคัญคือระยะเวลาที่เราต้องลงทุนไปกับมัน เราต้องรู้ไว้ก่อนว่า หากเราเลือกทำ SEO ด้วยตัวเอง เราก็ต้องให้เวลากับมัน แถมในช่วงแรกส่วนใหญ่มักจะไม่มีรายได้กันด้วย น้อยมากที่เว็บไซต์เพิ่งเริ่มทำ SEO จะติดอันดับหน้าแรกของการค้นหาภายใน 1-2 อาทิตย์ หากเราทำเองก็ต้องตั้งใจทำ ใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มค่า หากไม่มีเงินเก็บเหลือเฟือก็แนะนำทำงานอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย แล้วเอาเวลาว่างมาทยอยทำ SEO อย่างสม่ำเสมอ เงินจะได้ไม่ขาดมือ อีกอย่างก็อย่าลืมศึกษาเรื่องที่เราอยากประสบความเร็จอย่างสม่ำเสมอด้วย อย่าได้ทำ SEO จนลืมเป้าหมายที่แท้จริงของเราไป เดี๋ยวเป้าหมายจากเดิมอยากเป็นนักโปรแกรมเมอร์ มันจะกลายเป็นเซียน SEO โดยไม่รู้ตัว เพราะหยุดศึกษาเรื่องโปรแกรมเมอร์ เอาเวลามาทำแต่ SEO จนลืมความรู้โปรแกรมเมอร์ไปหมด แบ่งเวลาทำให้เหมาะสมย่อมดีที่สุด

ส่วนถ้าเรามีทุนเหลือเฟือ อยากใช้เงินช่วยทุนแรงและเวลาส่วนตัว ก็หาจ้างผู้รับทำ SEO มาช่วยดูแลเว็บก็ได้ แต่ ทั้งนี้ก็ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีชื่อหรือผลงานสักหน่อย การจ้างทำ SEO จะมีค่าใช้จ่ายเยอะอยู่พอสมควร มากน้อยขนาดไหนก็แล้วแต่ปริมาณคู่แข่งของคีย์เวิร์ดเป้าหมายของเรา คนที่เซียนจริงอาจจะมีค่าบริการที่สูงกว่าราคารับจ้างทั่วไป แต่อาจจะชัวน์กว่าผู้บริการ SEO หน้าใหม่ที่รับจ้างเรทถูกก็ได้ มีเคสแบบที่ว่าผู้ให้บริการโกงเงินอยู่บ่อยครั้ง ไม่ก็ทำเว็บไซต์เจ๊งก็มี ต้องมาเสียเวลานั่งทำเว็บใหม่อีก ส่วนใหญ่ปัญหาพวกนี้จะเจอในผู้ให้บริการหน้าใหม่ ก่อนเลือกใช้บริการก็ดูข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วนและคำนวนต้นทุนที่ต้องเสียไปให้ดี ไม่งั้นอาจจะเสียเงินเยอะกว่าเหตุก็ได้

เมื่อเราทำ 3 ขั้นตอนนี้ และวนทบทวนมันอยู่สม่ำเสมอ เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะเป็นสะพานที่แข็งแกร่ง พาเราไปถึงความสำเร็จที่ใจหวังได้อย่างแน่นอน